นักวิทย์ฯเผย อีก 10 ปีข้างหน้า ยาเบาหวานอาจขาดแคลน

นักวิทย์ฯเผย อีก 10 ปีข้างหน้า ยาเบาหวานอาจขาดแคลน

นักวิทย์ฯเผย อีก 10 ปีข้างหน้า ยาเบาหวานอาจขาดแคลน             นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ในเวลา 10 ปีข้างหน้า ยาเบาหวานอินซูลินที่ช่วยรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 อาจมีไม่เพียงพอกับความต้องการสำหรับผู้ป่วยทั่วโลกจำนวนกว่า 400 ล้านคน ที่มีอายุระหว่าง 20-79 ปี ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างป่วยด้วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และคาดการณ์ว่าผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวน 500 ล้านคน ในปี 2030 หรือหมายความว่าจะมีผู้ป่วยอีกกว่า 80 ล้านคนที่ต้องการอินซูลินเพิ่ม และมีความเป็นไปได้ว่ายานี้จะไม่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยในเอเชียและแอฟริกา สำหรับการเข้าถึงยาเบาหวานดังกล่าว หมายถึงความพร้อมในการใช้ยาและความพร้อมในจำนวนยาที่จะแจกจ่าบให้กับผู้ป่วย ดร. Sanjay Basu จากมหาวิทยาลัย Stanford ในอเมริกา ผู้ทำการวิจัยระบุว่า การจัดการเข้าถึงของยามีความจำเป็นต้องทำอย่างปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ ก็ต้องปราศจากเชื้อโรคเช่นกัน แต่อีกหนึ่งประเด็นหลัก ก็คือราคาของยา เหตุผลหลักที่ทำให้ยาเบาหวานกำลังจะขาดแคลน มาจากบริษัทยายักษ์ใหญ่ ยาเบาหวานอินซูลินมีการใช้งานมานานกว่า 97 ปี และไม่มีทีท่าว่าราคาของมันจะลดลงเลย หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เป็นเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องของการตรลาดที่บริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ 3 แห่ง…

ปฏิวัติวงการยาเบาหวาน ด้วยสารสกัดน้ำมันปลาจากฉลามน้ำลึก

ปฏิวัติวงการยาเบาหวาน ด้วยสารสกัดน้ำมันปลาจากฉลามน้ำลึก

ปฏิวัติวงการยาเบาหวาน ด้วยสารสกัดน้ำมันปลาจากฉลามน้ำลึก             ชาร์ก สควาเลน (Shark Squalene) คือของเหลวที่มีสรรพคุณเป็นยาเบาหวาน ถูกสกัดออกมาจากตับปลาฉลามที่อาศัยอยู่ในระดับความลึก 1,500 เมตร ไม่สามารถพบได้ในฉลาดน้ำตื่น เนื่องจากฉลามที่อยู่ในน้ำลึกจะมีออกซิเจนที่ต่ำ ส่งผลให้ปลาฉลาดที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ มีการผลิตออกซิเจนไปหล่อเลี่ยงสูงว่าปลาฉลามน้ำตื้น สำหรับสารสกัดที่ได้จากฉลามน้ำลึก หรือ Squalene ที่มีสรรพคุณเป็นยาเบาหวานนั้น ก็จะมีความแตกต่างจากน้ำมันตับปลา (shark liver oil) ที่เป็นน้ำมันในฉลามทั่ว ๆ ไป ที่พบในฉลามทุกสายพันธุ์ (ไม่ใช่ฉลามน้ำลึก) ด้วยเหตุนี้ ชาร์ก สควาเลน จึงเป็นน้ำมันสกัดจากฉลามน้ำลึกบริสุทธิ์ ที่อุดมไปด้วย อุดมด้วย วิตามิน A และ D. และชำระล้างท๊อกซิน (toxin) ออกจากร่างกาย นอกจากใช้เป็นยาเบาหวานแล้ว ยังมีสรรพคุณด้านอื่น ๆ อีก ชาร์ก สควาเลน (Shark Squalene) นอกจากใช้ทานเป็นยาเบาหวาน โรคข้อต่ออักเสบ โรคตับอักเสบ โรคกระเพาะอาหารอักเสบได้แล้ว จากการศึกษาและนำใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งแผนปัจจุบัน ยังพบว่ามันสามารถฆ่าเซลล์มะเร็ง…

นศ.ไทย เปิดตัวนวัตกรรมรักษาเบาหวาน ด้วยวิธีส่งตัวผ่านผิวหนัง

นศ.ไทย เปิดตัวนวัตกรรมรักษาเบาหวาน ด้วยวิธีส่งตัวผ่านผิวหนัง

นศ.ไทย เปิดตัวนวัตกรรมรักษาเบาหวาน ด้วยวิธีส่งตัวผ่านผิวหนัง             สองหนุ่มนักศึกษาไทยรุ่นใหม่ไฟแรง อ๋อม-นายรวมรัตน์ ได้ผลรักษา และ เต้-นายศุภณัฐ วัจนรัตน์ วัย 23 ปี นักศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับมีความมุ่งมั่นอยากผลิตวงจรรวมเป็นของตนเอง ภายใต้แนวคิดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเป็นไอเดีย “นวัตกรรมวงจรรวมสำหรับรักษาเบาหวาน ด้วยการส่งยาผ่านทางผิวหนัง” ที่สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้ ที่ทุกวันนี้มีผู้อัตราผู้ป่วยทั่วโลกมากกว่า 4.4 ล้านราย และในแต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานจำนวน 200 คน หรือ 8 รายต่อชั่วโมง การรักษาในปัจจุบันที่นิยมกันก็มีแค่ 2 ทาง คือรับประทานยา หรือฉีดอินซูลินเข้ากระแสเลือด นวัตกรรมดังกล่าว จึงเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้กับผู้ป่วยได้ ประเทศไทยทุกปี ต้องเสียค่ารักษาเบาหวานให้กับผู้ป่วยหลักหมื่นล้าน สองนักศึกษาได้บอกเล่าที่มาของนวัตกรรมวงจรรวมสำหรับรักษาเบาหวานว่า การรักษานอกจากผู้ป่วยต้องควบคุมอาหารแล้ว ยังจำเป็นต้องฉีดอินซูลินต่อเนื่องหลายครั้งในหนึ่งวัน และทุกวันนี้ประเทศไทยต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเบาหวานเป็นจำนวนเงินกว่า 47,596 ล้านบาทต่อปี สำหรับการรักษาเบาหวานด้วยการฉีดอินซูลินนั้น ส่งผลให้ผู้ป่วยหลายรายต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เกิดจากการฉีดยาในจุดเดิมซ้ำไปมาวันละหลายเข็ม จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมชีวการแพทย์ เพื่อทดแทนการใช้เข็มฉีดยา ด้วยการนำเอาทฤษฎีการใช้กระแสไฟฟ้าส่งยาเข้าสู่ผิวหนัง (Iontophoresis Theory)…

นักวิจัยไทย หาสาเหตุข้อเข่าเสื่อมด้วยซินโครตรอน ต่อยอดการรักษาแบบใหม่

นักวิจัยไทย หาสาเหตุข้อเข่าเสื่อมด้วยซินโครตรอน ต่อยอดการรักษาแบบใหม่

นักวิจัยไทย หาสาเหตุข้อเข่าเสื่อมด้วยซินโครตรอน ต่อยอดการรักษาแบบใหม่             นักวิจัยไทยฝีมือดีได้ประยุกต์ใช้เทคนนิคแสงซินโครตรอน เพื่อนำมาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางชีวเคมีบริเวณกระดูกอ่อนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดข้อเข่าที่เสื่อมสภาพ ซึ่งจัดเป็นโรคยอดนิยม 1 ใน 3 ที่คนไทยป่วย แต่ข้อเข่าเสื่อมก็ยังไร้วี่แววในการรักษาให้มีประสิทธิภาพ ชี้ชัดข้อเข่าที่เสื่อมสภาพมักเกิดจากโปรตีนคอลลาเจนน้อยลงตามอายุที่มากขึ้น เตรียมนำผลงานวิจัยดังกล่าวมาต่อยอดสู่การรักษารูปแบบใหม่ ๆ ด้วยการใช้สารเคมีทดแทนสารที่ขาดบกพร่องไป หรือใช้ยารักษาตรงกับสาเหตุที่เกิดขึ้น ประเทศไทยมีผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมกว่า 6 ล้านคน และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย อาจารย์สำนักแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กล่าว จากสถิติของผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในประเทศไทยที่จัดทำโดยมูลนิธิโรคข้อพบว่า มีคนไทยที่ป่วยโรคข้อเข่าที่เสื่อมสภาพเป็นจำนวนมากกว่า 6 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ณ ปัจจุบันนี้ ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมจะพบได้ประมาณ 1 ใน 3 หรือคิดเป็นร้อยละ 34.5 – 45.6 ของจำนวนประชากรดั้งเดิมที่ป่วยเป็นโรคนี้อยู่ก่อนแล้ว และจะพบได้มากในผู้สูงวัย ทว่าทุกวันนี้ กลับพบได้ในคนที่มีอายุน้อยลง อันเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยเสริมอีกหลายอย่างประกอบกัน สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม ได้แก่ อายุและน้ำหนัก โดยพบว่าผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีน้ำหนักมากกว่ามาตรฐาน และการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การยกของหนัก หรือการเดินขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ รวมถึงการนั่งในท่าต่าง…

นักวิจัยสวิตเซอร์แลนด์ พบวิธีดื่มกาแฟใช้เป็นยาเบาหวาน

นักวิจัยสวิตเซอร์แลนด์ พบวิธีดื่มกาแฟใช้เป็นยาเบาหวาน

นักวิจัยสวิตเซอร์แลนด์ พบวิธีดื่มกาแฟใช้เป็นยาเบาหวาน             ผู้ป่วยโรคเบาหวานในอนคตจะไม่ต้องพกยาเบาหวานแบบฉีดอินซูลินที่มีอุปกรณ์ให้ยุ่งยากอีกต่อไป เนื่องจากล่าสุดมีการพัฒนาเทคนิคปลูกถ่ายเซลล์ของมนุษย์ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมแล้ว เพื่อให้เซลล์เหล่านั้น สามารถผลิตยาที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อัตโนมัติ ภายหลังจากที่ผู้ป่วยดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไป ร่างกายของหนูทดลองก็สามารถผลิตยาเบาหวานเองได้ ถ้ากินเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การค้นพบครั้งนี้ เป็นฝีมือของทีมนักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีกลางสวิสที่นครซูริก (SFIT Zurich) ของสวิตเซอร์แลนด์ ตีพิมพ์ผลงานวิจัยล่าสุดของตนในวารสาร Nature Communications ที่ระบุว่าประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายเซลล์ผลิตยารักษาเยาหวานในร่างกายของหนูทดลอง ซึ่งทำให้หนูที่ป่วยอยู่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยตนเอง เพียงกินเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา โคล่า หรือเครื่องดื่มชูกำลังเท่านั้น สำหรับการบวนการปลูกถ่ายเซลล์ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตยาเบาหวานได้ด้วยตนเอง เริ่มจากการดัดแปลงพันธุกรรมให้ยีนในเซลล์มีลักษณะตามที่ถูกออกแบบไว้ เมื่อเซลล์ชนิดพิเศษเข้าสู่ร่างกายของหนูทดลองที่ป่วยเบาหวาน ร่างกายของพวกมันก็จะสามารถผลิตยาที่เรียกว่า GLP-1 ออกมาได้ เมื่อสัมผัสกับคาเฟอีนในกระแสเลือดที่ได้จากการดื่มกิน โดยยาเบาหวาน GLP-1 ที่ร่างกายผลิตออกมาจะไปกระตุ้นเบตาเซลล์ในตับอ่อน ให้ผลิตอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร และถ้าต้องการให้ยาออกฤทธิ์ได้แรงขึ้น ก็ทำแค่เพียงบิโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนที่มีความเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ยาเบาหวานที่ร่างกายผลิตออกมา สามารถใช้งานได้ถึง 1 ปี ศ. มาร์ติน ฟุซเซเนกเกอร์ ผู้นำทีมวิจัยเผยว่า เซลล์ในร่างกายที่ผลิตยาเบาหวานเหล่านี้ จะถูกบรรจุเอาไว้ในแคปซูลเจลขนาดเล็กจำนวนมาก เพื่อช่วยในการต่อต้านจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยในแต่ละแคปซูลจะมีเซลล์ที่ช่วยผลิตยาอยู่หลายร้อยเซลล์ โดยแพทย์จะทำการฉีดแคปซูลที่บรรจุยาเอาไว้เหล่านี้เป็นจำนวนหลายพันตัวเข้าสู่ใต้ผิวหนัง พวกมันจะเข้าไปเกาะรวมตัวกันเป็นกลุ่มเหมือนไข่ปลา ซึ่งแคปซูลดังกล่าวจะมีอายุการใช้งานยาวนานครั้งละ…

หมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี ต้องผ่าตัดเท่านั้นหรือ

หมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี ต้องผ่าตัดเท่านั้นหรือ

หมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี ต้องผ่าตัดเท่านั้นหรือ             ผู้ป่วยที่สงสัยว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี ต้องผ่าตัดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นหรือ ซึ่งก่อนที่จะคลายข้อสงสัยก่อนอื่นเลย ก็ต้องเข้าพบแพทย์ก่อย เพื่อทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายเบื้องต้น ด้วยการใช้เครื่องมือพิเศษ คือ MRI (เครื่องสนามแม่เหล็ก) ร่วมกับการ X-ray กระดูกสันหลังในท่าทางต่าง ๆ ดังนั้น หากสงสัยว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี ก็ต้องเข้าพบแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์ทำการ X-ray ในท่าก้ม, เงย ที่มีความจำเป็นและไม่อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากการวินิจฉัยโรคให้ถูกต้องแม่นยำนั้น ต้องอาศัยผลการตรวจจากเครื่องมือดังกล่าว เพื่อให้การวางแผนรักษาทำได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้มีข้อดีคือ เป็นการตรวจที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายและบาดเจ็บกับผู้ป่วย ผู้ป่วยที่ยังไม่รู้ว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี ต้องเข้ารับการตรวจก่อนเสมอ 1.เพื่อตรวจว่าผู้ป่วยมีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทใช่หรือไม่ 2.หากตรวจว่ามีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ก็จะตรวจอย่างละเอียดทั้งหมดว่ามีกี่แห่ง 3.อาการตำแห่นงใดที่ส่งผลต่ออาการปวดของผู้ป่วย 4.มีภาวะอื่นเกิดร่วมหรือไม่ ผู้ป่วยที่ไม่รู้ว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี จะจ้องเข้ารับการตรวจภาวะอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น กระดูกทรุด กระดูกสันหลังเคลื่อน ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม-อักเสบ เนื้องอก เส้นเลือดผิดปกติ ถุงน้ำ (cyst) หมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี ก็ต้องที่โรงพยาบาลเฉพาะทางเท่านั้น สำหรับผู้ป่วยที่ยังลังเลใจอยู่ว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี วิธีที่ถูกต้องคือต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเฉพาะทางเท่านั้นจะดีที่สุด เนื่องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้การรักษาทำได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการรักษานั้น…

ออกกำลังกายแบบนักบินอวกาศ อาจช่วยเยียวยาผู้ป่วยรักษามะเร็งได้

ออกกำลังกายแบบนักบินอวกาศ อาจช่วยเยียวยาผู้ป่วยรักษามะเร็งได้

ออกกำลังกายแบบนักบินอวกาศ อาจช่วยเยียวยาผู้ป่วยรักษามะเร็งได้             ผลงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ Cell แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมการออกกำลังแบบที่องค์การอวกาศสหรัฐฯ หรือนาซ่า (NASA) นำมาใช้กับนักบินอวกาศ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการเยียวยาผู้ป่วยมะเร็งได้ รายงานการศึกษาเยียวยาผู้ป่วยรักษามะเร็ง ด้วยการใช้โปรแกรมการออกกำลังกายแบบนักบินอวกาศ ที่จัดทำโดยศูนย์มะเร็ง Memorial Sloan Kettering Cancer Center ในนิวยอร์ก พบว่า โปรแกรมการออกกำลังกายที่นักบินอวกาศของนาซ่าใช้ ทั้งในช่วงก่อน-หลัง และระหว่างที่อยู่ในอวกาศ อาจนำมาประยุกต์ใช้ในการรักษาให้กับผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งได้ ซึ่งมันอาจช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น เคมีบำบัด การสร้างภูมิคุ้มกัน หรือการรักษาแบบตรงจุด ร่างกายของนักบินอวกาศ มีสภาพร่างกายคล้ายผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างรักษามะเร็ง นักวิจัยได้ใช้วิธีตรวจสอบผลกระทบที่มีต่อร่างกายนักบินอวกาศ หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานีอวกาศติดต่อกันอย่างนานกว่า 6 เดือน ก็ค้นพบว่าสภาพร่างกายของนักบินอวกาศเหล่านี้ จะมีความคล้ายคลึงกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระหว่างการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การสร้างภูมิคุ้มกัน เคมีบำบัด หรือการรักษาแบบตรงจุด นักวิจัย เจสสิก้า สก็อตต์ ระบุว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดและรักษามะเร็ง รวมถึงนักบินอวกาศที่เพิ่งกลับจากการปฏิบัติงานในอวกาศต่างมีมวลกล้ามเนื้อลดลง มวลกระดูกลดลง เลือดจางลง มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง รวมถึงการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดที่เปลี่ยนไปจากเดิม นอกจากนี้…

พบยาเบาหวานตัวใหม่ ช่วยสร้างเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนได้

พบยาเบาหวานตัวใหม่ ช่วยสร้างเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนได้

พบยาเบาหวานตัวใหม่ ช่วยสร้างเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนได้             ผลการทดลองยาเบาหวานประเภท 1 ที่สามารถช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนให้กับผู้ป่วยได้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดยการทดลองดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้น ณ เมืองคาร์ดิฟฟ์ ของประเทศอังกฤษ ซึ่งล่าสุดมีผู้ป่วยเบาหวาน 2 รายแรกในโลกที่ได้ใช้ยาชนิดใหม่ ที่มีผลการทดสอบว่าสามารถสร้างเซลล์ใหม่ที่สร้างฮอร์โมนได้ หากประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ ยาชนิดนี้ก็อาจช่วยลดการที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องฉีดยาเป็นประจำทุกวัน และอาจช่วยป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อีกด้วย ผู้ป่วยเบาหวานแบบที่ 1 ต้องฉีดยาเบาหวานอินซูลินจำนวนมาก รายงานจองศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) พบว่า มีผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องใช้ยาเบาหวานมากกว่า 30 ล้านคนในสหรัฐฯ และผู้ป่วยอีกประมาณ 5% จะเป็นเบาหวานรูปแบบที่ 1 ซึ่งคนที่เป็นโรคดังกล่าวนี้ หลังจากที่โดนระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ “เบต้า” ที่เป็นแหล่งผลิตอินซูลิน โดยอินซูลินนั้น จัดเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญอย่างมากกับผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากมันมีหน้าที่เคลื่อนยายกลูโคสจากกระแสเลือดไปยังเซลล์ส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จึงมักใช้วิธีการรักษาด้วยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและฉีดอินซูลินจำนวนหลายครั้งต่อวัน หนึ่งในผู้วิจัยครั้งนี้กล่าวว่า ต้องใช้ยาเบาหวานเซลล์เบต้าที่ผลิตอินซูลินเพิ่มเติมในผู้ที่มีโรคเบาหวานชนิดนี้ และคาดว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 นั้น มีเซลล์ในการผลิตน้อยกว่า 5% แม้ว่าจะมีขึ้นตอนที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน แต่พวกเขาก็ยังคงขาดความก้าวหน้าในการป้องกัน นอกจากนี้…

ระวังตาบอดอย่างถาวร หากยังไม่รู้ตัวว่าเป็นวุ้นตาเสื่อม

ระวังตาบอดอย่างถาวร หากยังไม่รู้ตัวว่าเป็นวุ้นตาเสื่อม

ระวังตาบอดอย่างถาวร หากยังไม่รู้ตัวว่าเป็นวุ้นตาเสื่อม             วิธีสังเกตุว่าเป็นวุ้นตาเสื่อมหรือไม่นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากพบว่าตนเองเห็นเงาดำคล้ายหยากไย่ หรือยุงบินไปมา แต่เมื่อพยายามจ้องมองแล้วมันกลับอันตรถานหายไปอย่างรวดเร็ว  และมักจะมองเห็นชัดยิ่งขึ้นเวลามองไปบนท้องฟ้าและผนังที่มีสีขาว หรือบางครั้งก็เห็นแสงไฟวาบขึ้นมาในตาทั้งที่อยู่ในความมืด ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นสัญญานอันตรายแล้ว วุ้นตาเสื่อมอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้ 1.เกิดจากภาวะความเสื่อมสภาพ ที่เป็นไปตามวัย จัดเป็นสาเหตุการเกิดวุ้นตาเสื่อมที่พบได้บ่อยสุด 2.เกิดการอักเสบในวุ้นตาและจอตา (intermediate and posterior uveitis) ที่มีสาเหตุมาจากการอักเสบของภาวะภูมิคุ้มกันร่างกาย การติดเชื้อ หรือภาวะทางกายอื่น ๆ เช่น มะเร็ง 3.เกิดจากภาวะเลือดออกในน้ำวุ้นตา จากการประสบอุบัติเหตุ หรือโรคที่ทำให้มีความผิดปกติของหลอดเลือด ส่วนปัจจัยเสี่ยงนั้น ก็จะพอได้บ่อยในผู้สูงอายุตั่งแต่ 50 ปีขึ้นไป คนสายตาสั้น, เคยประสบอุบัติเหตุที่ตา, ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด, ผู้ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นตา, ไปจนถึงผู้มีอาการอักเสบในดวงตา สิ่งที่เหล่าทำให้เกิดวุ้นลูกตาเสื่อมได้ง่ายมาก เมื่อเป็นวุ้นตาเสื่อม ควรทำอย่างไร ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ วุ้นตาเสื่อมมักจะเกิดจากการเสื่อสภาพตามวัย อย่างไรก็ตามหากสังเกตเห็นอาการผิดปกติเหมือนที่ได้กล่าวมาข้างต้น ก็ควรเข้าพบจักษุแพทย์อย่างเร่งด่วน เพื่อหาสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจมีความเกี่ยวข้อง และเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีเริ่มเห็นเงาดำจุดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นแสงวาบในดวงตาม หรือเห็นเงาคล้ายม่านบังตาบางส่วน อย่าปล่อยปละละเลยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ตาบอดได้ เมื่อไปพบแพทย์แล้ว…

ผ่าตัดกระดูกสันหลัง รพ.ไหนดี จึงไม่มีความเสี่ยงตามมา

ผ่าตัดกระดูกสันหลัง รพ.ไหนดี จึงไม่มีความเสี่ยงตามมา

ผ่าตัดกระดูกสันหลัง รพ.ไหนดี จึงไม่มีความเสี่ยงตามมา             ผู้ป่วยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มักมีคำถามว่าต้องผ่าตัดกระดูกสันหลัก รพ.ไหนดี ถึงดีต่อตัวเองและไม่เกิดความเสี่ยงตามมา ซึ่งนอกจากเลือกผ่าตัดในโรงพยาบาลที่มีคุณภาพและแพทย์ที่มีความสามารถแล้ว ยังต้องมีเทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพด้วย ผ่าตัดกระดูกสันหลัง รพ.ไหนดี คำตอบคือ รพ.ที่มีเทคนิคผ่าตัดด้วยกล้องเอ็นโดสโคป เมื่อผู้ป่วยถามว่าควรผ่าตัดกระดูกสันหลัง รพ.ไหนดี ก็อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ว่านอกจากเลือกผ่าตัดในโรงพยาบาลที่มีคุณภาพและแพทย์ที่มีความสามารถแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงเรื่อเทคนิคการผ่าตัดด้วยเช่นเดียวกัน เพราะมันช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเทคนิคการผ่าตัดด้วยการใช้กล้องจุลทรรศน์ขนาดเล็ก (Endoscope) ที่มีวิธีการคือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสอดกล้องเอ็นโดสโคปผ่านแผลผ่าตัดที่มีขนาดเล็กเพียง 8 มม. เข้าไปในร่างกายผู้ป่วย ซึ่งกล้องชนิดนี้ถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็ถูกติดตั้งเลนส์ที่ทำให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ช่วยให้การผ่าตัดรักษาทำได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เทคนิคการผ่าตัดอื่น ๆ ที่ผู้ป่วยควรนำไปพิจารณา เมื่อเกิดคำถามว่าผ่าตัดกระดูกสันหลัง รพ.ไหนดี 1.เทคนิคการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยการใช้ Laser คู่กับ Endoscope/Microscope – เป็นการผ่าตัดรักษาด้วยการใช้ Laser ส่งผ่าน Fiber optic ขนาด 1 มม. ควบคู่กับกล้อง Endoscope เพื่อช่วยในการผ่าตัดหมอนรองกระดูกด้วย Laser วิธีนี้ จะมีความปลอดภัยกับเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียงและยังช่วยผู้ป่วยไม่ต้องเสียเลือดมากอีกด้วย 2.เทคนิคการผ่าตัดสลายหมอนรองกระดูก…