กระดูกสันหลังเคลื่อนแบ่งออกเป็น 6 ชนิด

กระดูกสันหลังเคลื่อนแบ่งออกเป็น 6 ชนิด

กระดูกสันหลังเคลื่อนแบ่งออกเป็น 6 ชนิด             กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) คือโรคที่เกิดขึ้นเมื่อกระดูกสันหลังระดับเอวเคลื่อนตัวไปด้านหน้าเหนือข้อต่อปล้องงกระดูกสันหลังชิ้นล่างที่อยู่ติดกัน ซึ่งในบางกรณีอาจส่งผลให้เส้นประสาทถูกกดทับได้ด้วย จนส่งผลให้เกิดอาการปวดหลัง ชา และอ่อนแรงตามแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือเป็นทั้งสองข้าง แต่หากได้รับการรักษาทันท่วงทีอาการที่เกิดขึ้นก็จะทุเลาลงได้ สาเหตุที่ทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อน กระดูกสันหลังเคลื่อนจะมีสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกันออกไปตามอายุขัย พฤติกรรมการใช้ชีวิต ความพิการตั่งแต่กำเนิด พันธุกรรม  อุบัติเหตุ ความเสื่อมสภาพตามอายุ การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงวัยรุ่น ไปจนถึงการทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงตึงสะสมบริเวณกระดูกสันหลังส่วนล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล ยิมนาสติก กรีฑา ยกน้ำหนัก เป็นต้น รวมถึงการติดเชื้ออย่างวัณโรคกระดูกสันหลัง หรือโรคมะเร็งที่กระจายลุกลามมายังกระดูกสันหลัง ก็เป็นสาเหตุของการเกิดโรคนี้ได้เช่นกัน กระดูกสันหลังเคลื่อนแบ่งออกเป็น 6 ชนิดดังต่อไปนี้ 1.Congenital Spondylolisthesis – มีสาเหตุมาจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั่งแต่กำเนิดของการสร้างกระดูกสันหลัง (Neural Arch) และส่วนบนของกระดูกกระเบนเหน็บ ทำให้กระดูกเอวเคลื่อนไปทางด้านหน้า จนอาจเคลื่อนไปทับเส้นประสาทได้ หากมีการเคลื่อนตัวมากกว่า 50% 2.Isthmic Spondylolisthesis – เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อน ที่เกิดจากรอยแตกขอกระดูก Pars Interarticularis จนทำให้กระดูกที่เอวมีความมั่นคงน้อยลงและเคลื่อนไปทางด้านหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการได้รับบาดเจ็บซ้ำ…

งานวิจัยไต้หวัน พบวิธีลดอาการวุ้นตาเสื่อม ด้วยการกินสัปปะรด

งานวิจัยไต้หวัน พบวิธีลดอาการวุ้นตาเสื่อม ด้วยการกินสัปปะรด

งานวิจัยไต้หวัน พบวิธีลดอาการวุ้นตาเสื่อม ด้วยการกินสัปปะรด             วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังคงมีความก้าวหน้าไม่มีที่สุดสุดในยุคปัจจุบัน กระทั่งก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างความสะดวกสบายให้มวลมนุษย์ในหลายด้าน ไปจนถึงมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตแทบทุกด้านเช่นกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร อย่างโทรศัพท์มือถือ ที่ก่อให้เกิดโรคมากมาย รวมถึงโรควุ้นตาเสื่อม ที่สามารถพบได้บ่อยครั้ง จากข้อมูลทางการแพทย์ได้ระบุไว้ว่า ปัจจุบันนี้ ประชากรไต้หวันจำนวน 10 คน จะต้องมี 8 คนที่มีอาการเสื่อมของวุ้นในดวงตา งานวิจัยพบว่า กินสัปปะรดช่วยลดอาการวุ้นตาเสื่อมได้ถึง 70% อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยต้าเหริน (Tajen University) ที่ทำร่วมกับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยฝู่อิง (Fooyin University) ค้นพบว่า การกินสัปปะรดในปริมาณ 100-300 กรัมต่อวัน ติดต่อเป็นระยะเวลา 3 เดือน สามารถช่วยลดอาการเสื่อมของวุ้นตาลงได้มากถึง 70% ด้วยการค้นพบดังกล่าว ผลงานวิจัยจึงได้ถูกนำไปตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Science Illustrated ของสหรัฐฯในฉบับเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา งานวิจัยที่ค้นพบวิธีลดอาการของวุ้นตาเสื่อม ด้วยการกินสัปปะรดนั้น ใช้ระยะเวลาในการวิจัยถึง 3 ปี…

ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม คือสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด

ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม คือสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด

ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม คือสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด             ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม จัดเป็นปัญหาปกติที่พบได้บ่อยในเด็กทารกวัย 4-12 เดือน และยังเป็นเรื่องที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย เพราะเวลามีผื่นเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ ผิวเนียนนุ่มของลูกก็จะถูกแทนที่ด้วยผื่นแดง ปื้นแดง หรือผิวหนังลอกออกเป็นแผ่น ๆ จนทำให้เกิดการระคายเคียงและเจ็บแสบได้ สาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม 1.เกิดการเสียดสีระหว่างผิวและผ้าอ้อมที่ลูกสวมใส่อยู่ 2.ลูกเกิดการแพ้ และมีการระคายเคืองของผิว จากอุจจาระ ปัสสาวะ ที่อยู่ในผ้าอ้อม 3.ลูกมีการติดเชื้อรา อันเนื่องมาจากความเปียกชื้นในผ้าอ้อม 4.แพ้สิ่งที่สัมผัสกับผิวของลูก อาทิ ผ้าอ้อม ครีมอาบน้ำ ทิชชู่เปียก โลชั่น น้ำยาซักผ้า หรือเส้นใยผ้าที่สวมใส่ 5.ยาที่ลูกทานเข้าไป หรือยาที่ถูกส่งผ่านจากแม่สู่ลูกในช่วงให้นม ก็ทำให้ลูกเป็นผื่นได้เช่นกัน หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีไข้ขึ้นสูง มีตุ่มสิว หรือตุ่มหนอง บวมแดง ผื่นกระจายไปที่ท้อง หลังแขน หรือใบหน้า และอาการเหล่านี้ เมื่อดูแลด้วยวิธีเบื้องต้นแล้วยังไม่หายภายในระยะเวลา 2-3 วัน ก็ต้องพาลูกไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด วิธีดูแลลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม 1.ใช้ผ้าอ้อม ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวลูก – ลูกเป็นผื่นที่มีสาเหตุมาจากผ้าอ่อมนั้น ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมที่ลูกใช้ใหม่ โดยพื้นผิวของผ้าอ้อมนั้นต้องมีสัมผัสที่นุ่มสบายเป็นพิเศษ มีช่องระบายอากาศได้ทั่วทั้งแผ่น ซึมซับได้รวดเร็ว…

คำแนะนำดี ๆ สำหรับคนฟิตเนสรามคำแหงครั้งแรก

คำแนะนำดี ๆ สำหรับคนฟิตเนสรามคำแหงครั้งแรก

คำแนะนำดี ๆ สำหรับคนฟิตเนสรามคำแหงครั้งแรก มือใหม่ที่เพิ่งเข้าฟิตเนสรามคำแหง หรือเข้ายิมครั้งแรก แน่นอนว่าต้องเกิดความสับสนอยู่พอสมควร เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นจาตรงไหนดี กลัวทำอะไรผิดพลาด หรือทำไม่เหมาะสม ไปจนถึงไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นใช้งานอุปกรณ์ฟิตเนสตัวไหนก่อนดี ซึ่งนี่ก็คือคำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ในมือใหม่หลายท่าน ที่ส่งผลให้ไม่ได้เริ่มต้นเข้าไปออกกำลังกายแบบจริงจังกันสักที ด้วยเหตนี้แล้ว ทางเราจึงมีคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับมือใหม่ ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรดี ก่อนจะเข้าไปเล่นฟิตเนสอย่างจริงจัง ลำดับแรกก่อนไปเล่นฟิตเนสรามคำแหง คือของติดตัวที่ควรพกไป สำหรับคนที่ไปเล่นฟิตเนสรามคำแหงครั้งแรก ห้ามลืมอุปกรณ์ส่วนตัวจำเป็น ที่ต้องเตรียมไปให้พร้อมด้วย เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าฟิตเนสที่ไปใช้บริการมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากน้อยแค่ไหน หรือการใช้ของร่วมกับผู้อื่นมีความปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งของที่ควรนำติดตัวไปด้วยส่วนมากก็ได้แก่ ผ้าขนหนู ขวดน้ำ สบู่ ยาสระผม เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน เป็นต้น เมื่อเตรียมของไปเล่นฟิตเนสรามคำแหงได้แล้ว สิ่งต่อมาก็คือ 1.เสื้อผ้าที่สวมใส่ต้องสบาย – การเล่นฟิตเนสรามคำแหง ก็เสมือนการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง ดังนั้นแล้ว เสื้อผ้าที่สวมใส่ไปก็ควรเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อบางเบา สามารถถ่ายเทและระบายอากาศได้ดี ไม่หลวม หรือไม่คบรัดรูปจนเกินไป 2.เรียนรู้การใช้เครื่องออกกำลังกาย – เวลาเข้าไปเล่นฟิตเนสรามคำแหง ก็จะพบเข้ากับเครื่องอกกำลังกายจำนวนมาก ในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าอยากจ้างเทรนเนอร์มาช่วยฝึกสอนหรือไม่ หากจ้างมาก็ควรเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากเทรนเนอร์ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินจ้างเป็นเวลานาน แต่หากคิดว่าไม่อยากจ้าง…

ใครก็เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนได้ หากพฤติกรรมก้มเงยบ่อย ๆ

ใครก็เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนได้ หากพฤติกรรมก้มเงยบ่อย ๆ

ใครก็เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนได้ หากพฤติกรรมก้มเงยบ่อย ๆ             กระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทสามารถเกิดกับใครก็ได้ หากใช้ชีวิตประจำวันแบบไม่ระวัง เช่น นั่งผิดท่าเป็นระยะเวลานาน ยกของหนักบ่อย ๆ ก้มเงยเป็นประจำ หรือประสบอุบัติเหตุ ส่วนสาเหตุสำคัญอีกประการก็คือ ข้อต่อของกระดูกสันหลังเสื่อมสภาพ จนทำให้การยึดเหนี่ยวของกระดูกสันหลังเสื่อมสภาพ เกิดการเคลื่อนตัวของกระดูกสันหลังมาทำเส้นประสาทในที่สุด ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี สำหรับคนที่เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนนั้น ในเบื้องต้นจะมีอาการปวดหลังส่วนเอว ปวดเมื่อยเวลานั่งทำงาน หรือเดินไกล ๆ  ซึ่งอาการทั้งหมดนี้จะเป็นแบบเรื้อรัง และจะเป็นบ่อยยิ่งขึ้นในขณะก้ม ๆ เงย ๆ จากนั้น เมื่อกระดูกสันหลังได้เคลื่อนมาทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ก็จะเริ่มมีอาการปวดร้าวลงขา มีอาการชา ปวดเหมือนโดนไฟดูด ขาอ่อนแรง ไม่สามารถเดินระยะทางไกลได้ นอกจากนี้ ยังไม่สามารถขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระได้ด้วยตนเองอีกด้วย ผู้ป่วยกระดูกสันหลังเคลื่อน ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเสมอไป ในการรักษาผู้ป่วยกระดูกสันหลังเคลื่อนเบื้องต้นนั้น แพทย์จะให้ยาระงับอาการปวดและคลายกล้ามเนื้อ ทำกายภาพบำบัดด้วยการใช้เครื่องพยุงหลัง พร้อมกับบริการกล้ามเนื้อหลัง เพื่อช่วยประเทาอาการปวดให้ดีขึ้น แต่หากผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการชาลงไปที่ขาแล้ว แพทย์ก็จะวินิจให้รักษาด้วยการผ่าตัดใส่โลหะยึดตรึงกระดูกสันหลังแทน เพื่อช่วยเชื่อมข้อต่อให้อยู่ในแนวที่ถูกต้อง การรักษากระดูกสันหลังเคลื่อน ด้วยวิธีผ่าตัดใส่สกรูแบบแผลเล็ก ช่วยผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ปัจจุบันนี้ มีนวัติกรรมผ่าตัดแผลเล็ก เพื่อแก้ไขกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท ด้วยการผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลัง…

นักวิจัยพบน้ำคร่ำทารกมีเซลล์ต้นกำเนิด ใช้รักษากระดูกสันหลังเปราะได้

นักวิจัยพบน้ำคร่ำทารกมีเซลล์ต้นกำเนิด ใช้รักษากระดูกสันหลังเปราะได้

นักวิจัยพบน้ำคร่ำทารกมีเซลล์ต้นกำเนิด  ใช้รักษากระดูกสันหลังเปราะได้             นักวิจัยสถาบันสุขภาพเด็กของสหราชอาณาจักร พบวิธีล่าสุดในการรักษากระดูกสันหลังเปราะ ที่อาจนำมาต่อยอดใช้งานกับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กทารก ไปจนถึงคนสูงวัย ซึ่งวิธีการรักษาแบบนี้ จะใช้เซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ที่เก็บได้จากในถุงน้ำคร่ำที่หุ้มตัวทารกอยู่ นำมาฉีดเข้าไปที่กระดูก เพื่อช่วยฟื้นฟูกระบวนการสร้างกระดูกทนแทนตามธรรมชาติของร่างกายของมนุษย์ ผลการค้นพบวิธีรักษากระดูกสันหลังของนักวิจัยดังกล่าว ได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Reports โดยมีการระบุผลทดลองเบื้องต้นในหนูทดลองเอาไว้ ซึ่งพบว่า การนำฉีดสเต็มเซลล์จากน้ำคร่ำของตัวอ่อนมาฉีดลงไปในตัวหนูทดลองนั้น ช่วยทำให้กระดูกมีความแข็งแกร่งมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดการแตกเปราะของกระดูกลงได้ถึงร้อยละ 80 และนักวิจัยยังได้วางแผนการณ์ทดลองในมนุษย์ภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า การรักษากระดูกสันหลังด้วยวิธีนี้ มีขั้นตอนอย่างไร สำหรับการทดลองรักษากระดูกสันหลังด้วยน้ำคร่ำทารกนั้น นักวิจัยจะดำเนินการใช้สเต็มเซลล์ที่เก็บได้มาจากน้ำคร่ำทารกในครรภ์มารดาก่อนคลอด หรือเก็บจากน้ำคร่ำที่เหลือจากการเจาะมาตรวจดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ แล้วฉีดเข้าไปในตัวหนูทดลอง ที่ป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะ (osteogenesis imperfecta ) ซึ่งโรคกระดูกเปราะดังกล่าวนี้ สามารถพบได้ในเด็กทารกแรกเกิดในอัตรา 1 ใน 25,000 คน ส่งผลให้เด็กทกรกที่ป่วยเป็นโรคนี้เสียชีวิต หรือมีชีวิตอยู่รอด แต่มีกระดูกแตกหักเกิดในหลายที่ตั่งแต่กำเนิดได้ ผู้ป่วยโรคนี้จึงอาจมีกระดูกแตกหักเป็นจำนวนถึง 15 แห่งต่อปี ทั้งยังทำให้มีปัญหาด้านการเจริญเติบโตอีกด้วย หนูทดลองที่รักษากระดูกสันหลังเปราะด้วยวิธีนี้ มวลกระดูกจะมีความแข็งแกร่งขึ้น ผลของการรักษากระดูกสันหลังเปราะ โดยการใช้สเต็มเซลล์ที่เก็บได้มาจากน้ำคร่ำทารกนั้น ก็พบว่าหนูทดลองทั้งหมดมีมวลกระดูกที่แข็งแกร่งขึ้น…

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง เวลาลูกแหวะนม

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง เวลาลูกแหวะนม

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง เวลาลูกแหวะนม             คุณพ่อคุณแม่ที่พบว่าลูกแหวะนม มีน้ำนมไหลออกมาจากปากของลูกในขณะดื่มกินนม โดยส่วนมากมักจะเกิดขึ้นไม่นานหลังจากรับประทานนมเข้าไป ซึ่งอาการแหวะนมที่เกิดขึ้นกับลูกนั้น ถือเป็นเรื่องปกติของบรรดาเด็กเล็กทั้งหลาย  เนื่องจากในเด็กเล็กหูรูดบริเวณปากกระเพาะอาหารยังเติมโตและทำงานได้ไม่สมบูรณ์ดีพอนั่นเอง และเมื่อเด็กเริ่มเติบโตขึ้นอาการที่เกิดขึ้นก็จะเริ่มเบาลง จนกระทั่งหายไปเอง ถ้าเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่แล้ว อาการก็จะเหมือนกับการเป็นกรดไหลย้อนนั่นเอง ลูกแหวะนมเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีอะไรผิดสังเกตต้องไปพบแพทย์ทันที คุณพ่อคุณแม่ที่พบว่าลูกแหวะนม ก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ เด็กบางคนอาจีอาการแหวะนมหลังกินนมเสร็จเพียงอย่างเดียว ในเด็กบางคนก็อาจมีอาการแหวะนมตลอด และเกือบทั้งวัน ดังนั้น หากพบลูกมีอาการแหวะนมที่ผิดสังเกต ต้องหมั่นสังเกตดูด้วย ว่านมที่ลูกแหวะออกมานั้นมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะตามปกติแล้วนมที่เด็กเล็กแหวะออกมาจะมีลักษณะเป็นก้อนขนาดเล็ก ๆ เหมือนกับเต้าหู้ หากพบว่าน้ำนมที่ลูกแหวะออกมามีลักษณะนี้ ก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากพบว่าน้ำนมที่ลูกแหวะออกมานั้น มีสีเหลือง มีเลือดปนออกมา หรือมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง หากพบว่าลูกแหวะนมในลักษณะนี้ ก็ให้พาลูกไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว ซึ่งการแหวะนมนั้น ไม่ถูกจัดว่าเป็นโรค เนื่องจากเด็กเป็นแล้วหาย บางคนอาจแหวะนมติดต่อกันเป็นเดือน บางคนก็อาจไม่กี่วัน แต่เมื่อเริ่มโตขึ้นและกระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น อาการที่เกิดขึ้นก็จะหายไปเอง วิธีช่วยให้ลูกแหวะนมน้อยลง มีหลายแบบด้วยกัน 1.เวลาลูกกินนมเข้าไปแล้ว ก็ให้จับลูกขึ้นพาดไว้บนบ่า เพื่อรอให้ลูกเรอออกมา จากนั้นให้อุ้มต่อกันไปอีกประมาณ 10-2 นาที 2.ให้จับลูกนั่งที่ตัก จากนั้นเอาหน้าอกลูกไปที่ทางด้านหน้า เพื่อรอให้ลูกเรออกมา 3.ให้สังเกตดูว่าลูกกินนมเยอะเกินไปหรือไม่…

วิธีหลีกเลี่ยงเชื้อโรค เวลาไปเล่นฟิตเนสสุขาภิบาล3

วิธีหลีกเลี่ยงเชื้อโรค เวลาไปเล่นฟิตเนสสุขาภิบาล3

วิธีหลีกเลี่ยงเชื้อโรค เวลาไปเล่นฟิตเนสสุขาภิบาล3             คนที่รักสุขภาพทั้งหลาย นอกจากการเข้าไปเล่นฟิตเนสสุขาภิบาล3 เป็นประจำแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กันไปด้วย ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน แต่ทราบหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วสถานที่ออกกำลังกายอย่างฟิตเนสนั้น จัดเป็นแหล่งหมักหมมของเชื้อโรคใกล้ตัว ที่แม้แต่คนรักสุขภาพทั้งหลายก็คาดไม่ถึงมาก่อน ทั้งเวทยกน้ำหนัก บาร์โหร เครื่องคาร์ดิโอ เสื่อโยคะ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ไปจนถึงล็อคเกอร์เก็บของด้วยเช่นกัน ซึ่งล้วนเป็นศูนย์รวมเชื้อโรคแทบทั้งสิ้น สำรวจสถานฟิตเนสสุขาภิบาล3ให้ดี ก่อนตัดสินใจสมัครสมาชิก อันแรกเลยคือ ต้องตรวจสอบสถานฟิตเนสสุขาภิบาล3 ที่ไปใช้บริการให้ดีเสียก่อน โดยให้ตรวจดูบริเวณห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า รวมถึงอุปกรณ์ออกกำลังกายต่าง ๆ ให้เกิดความมั่นใจว่าทั้งหมดนี้ อยู่ในสภาพดีหรือไม่ มีความสะอาด ปราศจากคราบสกปรกฝั่งแน่นหรือไม่ หากเป็นไปได้ ลองสอบถามพนักงานดูแลว่ามีการรักษาความอาดอย่างไร บ่อยครั้งแค่ไหน 9 วิธีหลีกเลี่ยงเชื้อโรค เวลาไปเล่นฟิตเนสสุขาภิบาล3 1.ทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนและหลังใช้งาน – ฟิตเนสส่วนใหญ่จะมีสเปรย์ทำความสะอาดและการดาษตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ดังนั้น ก่อนเล่นเครื่องทุกชนิด ต้องทำความสะอาดอุปกรณ์นั้น ๆ ทั้งก่อนและหลังการใช้งาน ทั้งนี้หากไม่มีสเปรย์หรือกระดาษเตรียมไว้ให้ ก็สามารถนำติดตัวไปใช้เองก็ได้เช่นกัน ส่วนเสื่อโยคะนั้น ทางที่ดีคือควรมีเสื่อโยคะไว้เป็นของตัวเอง แต่หากไม่สะดวกเตรียมไปจริง ๆ ก็เตรียมผ้าขนหนูเอาไว้ปูรอง ก็ได้เช่นกัน 2.ห้ามวางผ้าเช็ดหน้าไว้บนเครื่องออกกำลังกาย…

แพทย์เตือน ทานอาหารเสริมต้านมะเร็ง อาจส่งผลร้ายกว่าผลดี

แพทย์เตือน ทานอาหารเสริมต้านมะเร็ง อาจส่งผลร้ายกว่าผลดี

แพทย์เตือน ทานอาหารเสริมต้านมะเร็ง อาจส่งผลร้ายกว่าผลดี             คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกมาระบุว่า คนไข้มะเร็งต้องแจ้งด้วยว่า ทานอะไรต้านมะเร็งเพิ่มเติมอยู่หรือไม่ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือสมุนไพรชนิดใด เพราะหากคนไข้มะเร็งรับประทานสิ่งเหล่านี้ มันอาจทำให้การรักษาโรคไม่ได้ผล ศ.การ์โดโซหัวหน้าศัลยแพทย์ทรวงอก จากศูนย์มะเร็งชองพาลิโม (Champalimaud Cancer Center) กรุงลิสบอน ของโปรตุเกส ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าการักษาด้วยสมันไพร หรือครีมสมุนไพรได้ผล หากผู้ป่วยมีข้อสงสัยอะไรดีก็ตาม แต่ทางที่ดีที่สุดคือยาเพิ่งใช้ยาเหล่านั้นมารักษา แพทย์จึงต้องมีความกระตือรือร้นสอบถามคนไข้เสมอว่า พวกเขากินยาต้านมะเร็งอะไรมาบ้าง ในขณะที่รับการรักษามะเร็ง ศ.การ์โดโซ ยังได้กล่าวอีก เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้มะเร็งที่แพร่กระจายสู่ผิวหนัง ซึ่งต้องสอบถามแพทย์เสมอ ก่อนทพลองใช้การรักษาอื่นควบคู่ไปกับการรักษาในโรงพยาบาล ผลิตภัณฑ์ต้านมะเร็งหลายชนิด อาจทำให้การรักษาแย่ลง ศ.การ์โดโซ ยังได้ระบุอีกว่า อันตรายของผลิตภัณฑ์ต้านมะเร็งหลายชนิดนั้น อาจรบกวนการรักษาผู้ป่วยด้วยฮอร์โมน หรือการรักษาด้วยเคมีบำบัดได้ และในบางชนิดก็อาจส่งผลให้กระบวนการแข็งตัวของเลือดช้าลงอีกด้วย จนนำไปสู่การสมานแผลที่ช้าลงและอาจก่อให้เกิดแผลเป็นมากขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างของสมุนไพรที่ทำให้การแข็งตัวของเลือดผู้ป่วยมะเร็งช้าลง นั่นคือ 1.ฟ้าทะลายโจร, 2.ฟีเวอร์ฟิว (feverfew), 3.กระเทียม, 4.แปะก๊วย, 5.โสม, 6.ฮอร์ธอร์น (hawthorn) ,7.เกาลัดม้า 8.ขมิ้น นอกจากนี้…

สมุนไพรหลายชนิด คืออาหารเพิ่มน้ำนมแม่ชั้นยอด

สมุนไพรหลายชนิด คืออาหารเพิ่มน้ำนมแม่ชั้นยอด

สมุนไพรหลายชนิด คืออาหารเพิ่มน้ำนมแม่ชั้นยอด             อาหารเพิ่มน้ำนมแม่คือสิ่งจำเป็นที่สุด สำหรับคุณแม่ที่ร่างกายผลิตน้ำนมได้น้อย ซึ่งมักมีสาเหตุหลักเกิดจากลูกไม่สามารถทำให้นมที่ผลิตออกมาแต่ละครั้งหมดลงได้ โดยอาจเกิดจากทากดูดนมที่ไม่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งการให้นมลูกตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ แทนที่จะให้นมลูกกินเวลาหิว สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุที่พบเจอได้บ่อยในคุณแม่ที่ผลิตน้ำนมได้น้อย ส่วนปัญหาที่พบได้น้อยก็คือ ขนาดของปากลูกกับหัวนมแม่ ลูกมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ จนทำให้ไม่อยากดื่มนมตามมา การที่แม่เกิดอาการเจ็บจากการให้ลูกดูดนม ก็อาจทำให้แม่หลีกเลี่ยงที่จะให้นมลูก หรือภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมนในตัวแม่ เป็นต้น และถ้าคุณแม่เกิดอาการนมคัด นมแข็ง ก็ต้องทำการบีบคลึงเต้านม เพื่อให้มีน้ำนมไหลออกมาบ้าง ไม่เช่นนั้น ลูกจะไม่ยอกดูดนม ดังนั้น หากรู้ว่าตนเองมีน้ำนมไม่พอ อาหารเพิ่มน้ำนมแม่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ทำได้ง่าย สำหรับแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยคุณแม่ที่ให้นมลูก ร่างกายจะผลิตน้ำนมประมาณวันละ 23-27 ออนซ์ต่อวัน คุณแม่จึงมีความจำเป็นที่ต้องทานอาหารให้ได้เพิ่มอีกวันละ 500 กิโลแคลอรี และต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอวัน 1-2 ลิตร และการดื่มนมนั้นก็จะช่วยได้มาก ที่สำคัญเลยก็คือ สมุนไพรที่นำมาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหาร ที่สามารถทำให้อาหารที่คุณแม่ทาน มีประสิทธิภาพในการเพิ่มน้ำนมให้มากยิ่งขึ้น สมุนไพร ที่เหมาะกับนำมาทำเป็นอาหารเพิ่มน้ำนมแม่ 1.หัวปลี – ประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี…