นศ.ไทย เปิดตัวนวัตกรรมรักษาเบาหวาน ด้วยวิธีส่งตัวผ่านผิวหนัง

นศ.ไทย เปิดตัวนวัตกรรมรักษาเบาหวาน ด้วยวิธีส่งตัวผ่านผิวหนัง

นศ.ไทย เปิดตัวนวัตกรรมรักษาเบาหวาน ด้วยวิธีส่งตัวผ่านผิวหนัง             สองหนุ่มนักศึกษาไทยรุ่นใหม่ไฟแรง อ๋อม-นายรวมรัตน์ ได้ผลรักษา และ เต้-นายศุภณัฐ วัจนรัตน์ วัย 23 ปี นักศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับมีความมุ่งมั่นอยากผลิตวงจรรวมเป็นของตนเอง ภายใต้แนวคิดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเป็นไอเดีย “นวัตกรรมวงจรรวมสำหรับรักษาเบาหวาน ด้วยการส่งยาผ่านทางผิวหนัง” ที่สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้ ที่ทุกวันนี้มีผู้อัตราผู้ป่วยทั่วโลกมากกว่า 4.4 ล้านราย และในแต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานจำนวน 200 คน หรือ 8 รายต่อชั่วโมง การรักษาในปัจจุบันที่นิยมกันก็มีแค่ 2 ทาง คือรับประทานยา หรือฉีดอินซูลินเข้ากระแสเลือด นวัตกรรมดังกล่าว จึงเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้กับผู้ป่วยได้ ประเทศไทยทุกปี ต้องเสียค่ารักษาเบาหวานให้กับผู้ป่วยหลักหมื่นล้าน สองนักศึกษาได้บอกเล่าที่มาของนวัตกรรมวงจรรวมสำหรับรักษาเบาหวานว่า การรักษานอกจากผู้ป่วยต้องควบคุมอาหารแล้ว ยังจำเป็นต้องฉีดอินซูลินต่อเนื่องหลายครั้งในหนึ่งวัน และทุกวันนี้ประเทศไทยต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเบาหวานเป็นจำนวนเงินกว่า 47,596 ล้านบาทต่อปี สำหรับการรักษาเบาหวานด้วยการฉีดอินซูลินนั้น ส่งผลให้ผู้ป่วยหลายรายต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เกิดจากการฉีดยาในจุดเดิมซ้ำไปมาวันละหลายเข็ม จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมชีวการแพทย์ เพื่อทดแทนการใช้เข็มฉีดยา ด้วยการนำเอาทฤษฎีการใช้กระแสไฟฟ้าส่งยาเข้าสู่ผิวหนัง (Iontophoresis Theory)…

เมนูจากเครื่องปั่นสมูทตี้ก็อ้วนได้ ถ้ายังเลือกกินแบบผิด ๆ

เมนูจากเครื่องปั่นสมูทตี้ก็อ้วนได้ ถ้ายังเลือกกินแบบผิด ๆ

เมนูจากเครื่องปั่นสมูทตี้ก็อ้วนได้ ถ้ายังเลือกกินแบบผิด ๆ             ผลการศึกจาก University of North Carolina ในแชปเปิล ฮิลล์ สหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเตือนบรรดาคนที่รักและห่วงใยสุขภาพ ที่ยังมีหลายคนเข้าใจผิดกันอยู่ว่า การทานเครื่องดื่มประเภทสมูทตี้บ่อย ๆ นั้น จะทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากได้รับฟังโฆษณาเชิญชวน ให้หันมาทานเมนูจากเครื่องปั่นสมูทตี้ เพื่อทดแทนเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงหันมาทานเมนูเครื่องดื่มที่ทำจากผลไม้ปั่นและสมูทตี้กันยกใหญ่ ซึ่งทุกวันนี้ มันก็ได้กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมที่มีผู้คนปฏิบัติตามกันไปแล้ว จึงอาจกล่าวได้ว่ามันเป็นอัตรายอย่างหนึ่ง เพราะมันจะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานอีกด้วย รับประทานเมนูจากเครื่องปั่นสมูทตี้แบบผิด ๆ เพียง 1 แก้ว เสี่ยงได้รับน้ำตาลมาเกินไป นักวิทยาศาสตร์ให้เหตุผลว่าการทานเมนูจากเครื่องปั่นสมูทตี้แบบผิด ๆ เพียง 1 แก้วนั้น อาจมีน้ำตาลมากเท่ากับการรับประทานส้มเป็นจำนวนถึง 4-6 ผล ซึ่งการรับประทานส้มทีเดียวมาก ๆ แบบนี้ ก็หมายถึงการบริโภคน้ำตาลเข้าไปมากด้วยเช่นกัน และมันก็เทียบเท่ากับการทานเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมจำนวน 1 ขวดใหญ่เต็ม ๆ เลยทีเดียว นักวิทย์ฯ เผยวิธีทานเมนูจากเครื่องปั่นสมูทตี้ที่ถูกต้อง ช่วยให้ห่างใกลจากโรคเบาหวาน 1.สำหรับคนที่อยากทานเมนูจากเครื่องปั่นสมูทตี้แทนน้ำเปล่า วิธีที่ถูกต้องคือเลือกทานน้ำผักแทน…

เลือกซื้อเสื่อโยคะให้เหมาะกับตัวเอง การฝึกฝนก็เป็นเรื่องกล้วย ๆ

เลือกซื้อเสื่อโยคะให้เหมาะกับตัวเอง การฝึกฝนก็เป็นเรื่องกล้วย ๆ

เลือกซื้อเสื่อโยคะให้เหมาะกับตัวเอง การฝึกฝนก็เป็นเรื่องกล้วย ๆ             การฝึกฝนโยคะ ต้องมาพร้อมกับเสื่อโยคะที่มีความเหมาะสมกับตนเองด้วย ไม่ใช่นึกว่าจะเล่นโยคะที่ไหนก็เล่นไป เพราะเสื่อที่ถูกออกมาแบบมาสำหรับการเล่นโยคะนั้น จะช่วยให้การฝึกฝนโยคะแต่ละท่าทำได้ง่าย ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากการฝึกได้ด้วย ดังนั้น การลงทุนเพื่อซื้อเสื่อที่ดี เหมาะสมกับผู้ใช้งานทั้งมือใหม่ หรือหน้าเก่า จึงไม่อาจเลี่ยงได้เลย ทำไมต้องลงทุนซื้อเสื่อโยคะที่มีคุณภาพดีด้วยละ? 1.ข้อแรกคือ หากเลือกซื้อเสื่อโยคะที่มีราคาถูก หรือประมาณ 200 – 500 บาท มันจะมีระดับความหนาน้อย หรือบางจนเกินไป และมักทำจากวัสดุที่ไม่มีคุณภาพ (ไม่ใช่ว่าราคาถูกไม่ดี แต่เพราะของราคาถูกส่วนใหญ่มักมีคุณภาพที่น้อยลงตามราคา) ซึ่งความหนาที่ไม่มีความเหมาะสมก็จะทำให้ผู้ฝึกเจ็บตามข้อต่อได้ ที่สำคัญเลยคือ ลายรวงผึ้งที่เป็นร่องลึกยังทำให้ยากแก่การทำความสะอาดอีกด้วย 2.ถ้าจะเลือกใช้เสื่อโยคะตามฟิตเนสไปตลอด ของเตือนว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย และทำให้เกิดการเจ็บป่วยตามมาได้ด้วย เนื่องจากฟิตเนสบางแห่งมักทำความสะอาดเสื่อได้ไม่ดีพอ จนมันกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียหลากหลายชนิดได้ 3.เสื่อที่ถูกออกแบบมาสำหรับเล่นโยคะโดยเฉพาะนั้น จะสามารถรองรับแรงกระแทกในระหว่างการฝึกฝนโยคะในทวงท่าต่าง ๆ ได้ ประกอบกับ มีการยึดเกาะที่ดี ซึ่งช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ ตัวเสื่อยังนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้อีกนอกเหนือจากการเล่นโยคะ เริ่มต้นเลือกเสื่อโยคะมาใช้งาน 1.งบประมาณ – หากมีเงินถึง ก็สามารถเลือกซื้อเสื่อแบบใดก็ได้ ตามใจปรารถนา 2.สำรวจร่างกายตัวเองดูก่อน –…

แพทย์สภาวิตก เด็กอายุน้อยซื้อชุดตรวจ hiv มาใช้งานเอง

แพทย์สภาวิตก เด็กอายุน้อยซื้อชุดตรวจ hiv มาใช้งานเอง

แพทย์สภาวิตก เด็กอายุน้อยซื้อชุดตรวจ hiv มาใช้งานเอง แพทย์สภาพเป็นห่วงเด็กที่มีอายุน้อย ไปหาซื้อชุดตรวจ hiv มาใช้งานด้วยตนเอง ระบุต้องเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่มีความถูกต้อง หวั่นทราบผลแล้วรับสภาพตัวเองไม่ได้ ด้านเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ เชื่อคนซื้อมาตรวจเอง อยากรู้ผลเพื่อก้าวเดินต่อไป ไม่คิดสั้นง่าย ๆ ชุดตรวจ hiv ช่วยสร้างความสะดวกได้ดี แต่ก็น่าเป็นห่วงกับเด็กอายุน้อย เลขาธิการแพทยสภา ได้ทำการโพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊ก โดยกล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ดำเนินการปลดล็อกชุดตรวจหาเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง จึงทำให้ประชาชนสามารถหาชื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้ระบุว่า ชุดตรวจ hiv ที่ตรวจได้ง่าย ๆ จากเลือดปลายนิ้ว นับเป็นเรื่องที่ช่วยอำนวยได้ดีกับประชาชนทั่วไป แต่ก็ยังคงมีความน่าเป็นห่วงถ้าผู้ตรวจเป็นเด็กอายุน้อย ๆ หรือมีวุฒิภาวะต่ำ การเข้าถึงความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องกับการรักษาจะทำได้อย่างไร ที่จะไม่ทำให้เสียอากาศ ในทางกลับกันนั้น ก็เคยพบคนที่ใช้ตรวจด้วยตนเองแล้วพบว่าติดเชื้อ ก็ไปกระโดดตึกปลิดชีพตนเอง ปัญหานี้ จะสามารถป้องกันอย่างไร ก่อนหน้าที่จะมีการปลดล็อคชุดตรวจ hiv แพทย์สภาพเคยออกกฎเกณฑ์การตรวจเชื้อเอชไอวีในเด็ก ที่จะสามารถตรวจหาเชื้อได้ก็ต้องมีทีมให้คำแนะนำทุกราย ทั้งก่อนและหลังการตรวจ เพื่อนำไปสู่วิธีการรักษาที่มีความเหมาะสมและถูกต้อง ทว่าในปัจจุบันความรู้หาได้ง่าย ส่วนการรักษาก็ทำได้ไม่ยากและฟรี จึงเชื้อว่าสิทธิประโยชน์น่าจะเกิดความคุ้มค่ามากกว่าปัญหาที่ก็คงเกิดขึ้นได้บ้าง หากมีการเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว การหาซื้อชุดตรวจ hiv ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็เป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง…

จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสครบวงจร เพื่อออกกำลังกายทุกวันหรือไม่

จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสครบวงจร เพื่อออกกำลังกายทุกวันหรือไม่

จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสครบวงจร เพื่อออกกำลังกายทุกวันหรือไม่             เวลาไปเล่นฟิตเนสครบวงจร เพื่อออกกำลังกาย เทรนเนอร์มักจะบอกว่าไม่ต้องมาทุกวันก็ได้ ขอแค่ออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 3-5 วัน ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว สิ่งที่เทรนเนอร์พูดนี้ ไม่ใช่เป็นเทคนิคหมุนเวียนผู้ที่มาเล่นฟิตเนสไม่ให้เกิดความหนาแน่แต่อย่างใด เพราะอันที่จริงแล้วทุกคนสามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน โดยไม่ทำให้เกิดผลเสียเลยแม่แต่น้อย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่ารูปแบบของการออกกำลังกายที่นำมาใช้นั้นจะมีความหนักหน่วงแค่ไหน หากเป็นการเล่นโยคะ วิ่งจ๊อกกิ่ง ก็สามารถทำได้ทุกวันอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นการคาร์ดิโอหนัก ๆ เวทเทรนนิ่งเฉพาะส่วน ก็อาจต้องให้ร่างกายได้ผักผ่อนบ้าง โดยให้เปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ แทน เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บกับร่างกาย เล่นฟิตเนสครบวงจรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ต้องมีวันผักผ่อนบ้าง อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้ว ว่าเวลาเล่นฟิตเนสครบวงจร ด้วยการคาร์ดิโอแบบหนัก ๆ จะทำให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ดังนั้น การกำหนดให้มีวันผักผ่อนเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผักผ่อนและลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ควรมองข้ามการผักผ่อน เพราะทุกครั้งที่เราออกกำลังกายก็ต้องมีเซลล์ที่บาดเจ็บเกิดขึ้น ทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก หรือแม้แต่ผิวหนัง ซึ่งการผักผ่อนน้อยเกินไป นอกจากกล้ามเนื้อไม่ฟื้นฟูแล้ว ขณะเดียวกันถ้าผักผ่อนนานเกินไปก็จะเกิดความเบื่อได้ เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่สนุกและง่ายกว่าการออกกำลังกายที่เหน็ดเหนื่อยมาหลอกหลอนอยู่เสมอ พักเท่าไหร่ถึงเพียงพอ ก่อนกลับไปเล่นฟิตเนสครบวงจรอีกครั้ง สำหรับระยะเวลาในการผักผ่อนก่อนกลับไปเล่นฟิตเนสครบวงจรนั้น ก็ขึ้นอยู่ที่บุคคลเป็นหลัก แต่ถ้าเอาให้เหมาะสมที่สุดคือไม่ควรพักนานเกิน 2 วัน ในกรณีที่ไม่ได้รับความเจ็บ หรือจะเลือกพักวันเว้นวันก็ได้…

แพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลัง เตือนประชาชนระวังโรคกระดูกอักเสบ

แพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลัง เตือนประชาชนระวังโรคกระดูกอักเสบ

แพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลัง เตือนประชาชนระวังโรคกระดูกอักเสบ แพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ระบุว่า หากถบว่าตนเองมีไข้หนาวสั่น ปวดบวมตามกระดูก เคลื่อนไหวได้น้อย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร  อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะอาจเป็นโรคกระดูกอักเสบได้ โดยโรคนี้มักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แต่ก็อาจพบจากการติดเชื้อราได้เช่นกัน นอกจากนี้ มันยังเกิดได้กับกระดูกทุกชิ้นส่วนในร่างกาย แต่ส่วนที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ กระดูกขา เท้า และกระดูกสันหลัง ที่ส่วนมากจะพบกระดูกอักเสบเพียงตำแหน่งเดียว หรืออาจพบหลายตำแหน่งพร้อมกันก็ได้เช่นกัน ที่สำคัญมันยังพบได้ในทุกช่วยอายุตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ และยังมีโอกาสเกิดเท่ากันทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย แพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลัง เผยเหตุผลที่เป็นต้นตอของโรคกระดูกอักเสบ สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคกระดูกอักเสบนั้น แพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลังก็ได้เผยว่า มักเกิดได้ 3 ทางด้วยกัน คือการติดเชื้อในกระแสเลือด เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะใกล้เคียงกระดูกที่อักเสบติดเชื้อ และการติดเชื้อจากเนื้อเยื่อกระดูกขาดเลือดจากการไหลเวียนเลือดไม่ดี ซึ่งอาการพบบ่อยของกระดูกอักเสบ ก็ได้แก่  มีไข้หนาวสั่น ปวดบวมตามกระดูกที่อักเสบ เคลื่อนไหวกระดูกส่วนที่อักเสบได้น้อย รู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ส่วนผู้ที่กระดูกอักเสบเรื้อรังก็มักมีแผลและหนองไหล ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงกับกระดูกอักเสบเจ็บ โต เวลาคลำพบก้อนภายใน นอกจากนี้ แพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ยังได้ระบุอีกว่า นอกจากการติดเชื้อแล้ว ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากโรคกระดูกอักเสบก็ยังแบ่งออกอีกได้หลายสาเหตุ เช่น เกิดอุบัติเหตุ หรือผ่าตัดกระดูกและข้อในระยะเวลา 1-3 เดือนก่อนเกิดกระดูกอักเสบ…

นักวิจัยไทย หาสาเหตุข้อเข่าเสื่อมด้วยซินโครตรอน ต่อยอดการรักษาแบบใหม่

นักวิจัยไทย หาสาเหตุข้อเข่าเสื่อมด้วยซินโครตรอน ต่อยอดการรักษาแบบใหม่

นักวิจัยไทย หาสาเหตุข้อเข่าเสื่อมด้วยซินโครตรอน ต่อยอดการรักษาแบบใหม่             นักวิจัยไทยฝีมือดีได้ประยุกต์ใช้เทคนนิคแสงซินโครตรอน เพื่อนำมาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางชีวเคมีบริเวณกระดูกอ่อนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดข้อเข่าที่เสื่อมสภาพ ซึ่งจัดเป็นโรคยอดนิยม 1 ใน 3 ที่คนไทยป่วย แต่ข้อเข่าเสื่อมก็ยังไร้วี่แววในการรักษาให้มีประสิทธิภาพ ชี้ชัดข้อเข่าที่เสื่อมสภาพมักเกิดจากโปรตีนคอลลาเจนน้อยลงตามอายุที่มากขึ้น เตรียมนำผลงานวิจัยดังกล่าวมาต่อยอดสู่การรักษารูปแบบใหม่ ๆ ด้วยการใช้สารเคมีทดแทนสารที่ขาดบกพร่องไป หรือใช้ยารักษาตรงกับสาเหตุที่เกิดขึ้น ประเทศไทยมีผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมกว่า 6 ล้านคน และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย อาจารย์สำนักแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กล่าว จากสถิติของผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในประเทศไทยที่จัดทำโดยมูลนิธิโรคข้อพบว่า มีคนไทยที่ป่วยโรคข้อเข่าที่เสื่อมสภาพเป็นจำนวนมากกว่า 6 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ณ ปัจจุบันนี้ ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมจะพบได้ประมาณ 1 ใน 3 หรือคิดเป็นร้อยละ 34.5 – 45.6 ของจำนวนประชากรดั้งเดิมที่ป่วยเป็นโรคนี้อยู่ก่อนแล้ว และจะพบได้มากในผู้สูงวัย ทว่าทุกวันนี้ กลับพบได้ในคนที่มีอายุน้อยลง อันเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยเสริมอีกหลายอย่างประกอบกัน สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม ได้แก่ อายุและน้ำหนัก โดยพบว่าผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีน้ำหนักมากกว่ามาตรฐาน และการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การยกของหนัก หรือการเดินขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ รวมถึงการนั่งในท่าต่าง…

นักวิจัยสวิตเซอร์แลนด์ พบวิธีดื่มกาแฟใช้เป็นยาเบาหวาน

นักวิจัยสวิตเซอร์แลนด์ พบวิธีดื่มกาแฟใช้เป็นยาเบาหวาน

นักวิจัยสวิตเซอร์แลนด์ พบวิธีดื่มกาแฟใช้เป็นยาเบาหวาน             ผู้ป่วยโรคเบาหวานในอนคตจะไม่ต้องพกยาเบาหวานแบบฉีดอินซูลินที่มีอุปกรณ์ให้ยุ่งยากอีกต่อไป เนื่องจากล่าสุดมีการพัฒนาเทคนิคปลูกถ่ายเซลล์ของมนุษย์ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมแล้ว เพื่อให้เซลล์เหล่านั้น สามารถผลิตยาที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อัตโนมัติ ภายหลังจากที่ผู้ป่วยดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไป ร่างกายของหนูทดลองก็สามารถผลิตยาเบาหวานเองได้ ถ้ากินเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การค้นพบครั้งนี้ เป็นฝีมือของทีมนักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีกลางสวิสที่นครซูริก (SFIT Zurich) ของสวิตเซอร์แลนด์ ตีพิมพ์ผลงานวิจัยล่าสุดของตนในวารสาร Nature Communications ที่ระบุว่าประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายเซลล์ผลิตยารักษาเยาหวานในร่างกายของหนูทดลอง ซึ่งทำให้หนูที่ป่วยอยู่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยตนเอง เพียงกินเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา โคล่า หรือเครื่องดื่มชูกำลังเท่านั้น สำหรับการบวนการปลูกถ่ายเซลล์ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตยาเบาหวานได้ด้วยตนเอง เริ่มจากการดัดแปลงพันธุกรรมให้ยีนในเซลล์มีลักษณะตามที่ถูกออกแบบไว้ เมื่อเซลล์ชนิดพิเศษเข้าสู่ร่างกายของหนูทดลองที่ป่วยเบาหวาน ร่างกายของพวกมันก็จะสามารถผลิตยาที่เรียกว่า GLP-1 ออกมาได้ เมื่อสัมผัสกับคาเฟอีนในกระแสเลือดที่ได้จากการดื่มกิน โดยยาเบาหวาน GLP-1 ที่ร่างกายผลิตออกมาจะไปกระตุ้นเบตาเซลล์ในตับอ่อน ให้ผลิตอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร และถ้าต้องการให้ยาออกฤทธิ์ได้แรงขึ้น ก็ทำแค่เพียงบิโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนที่มีความเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ยาเบาหวานที่ร่างกายผลิตออกมา สามารถใช้งานได้ถึง 1 ปี ศ. มาร์ติน ฟุซเซเนกเกอร์ ผู้นำทีมวิจัยเผยว่า เซลล์ในร่างกายที่ผลิตยาเบาหวานเหล่านี้ จะถูกบรรจุเอาไว้ในแคปซูลเจลขนาดเล็กจำนวนมาก เพื่อช่วยในการต่อต้านจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยในแต่ละแคปซูลจะมีเซลล์ที่ช่วยผลิตยาอยู่หลายร้อยเซลล์ โดยแพทย์จะทำการฉีดแคปซูลที่บรรจุยาเอาไว้เหล่านี้เป็นจำนวนหลายพันตัวเข้าสู่ใต้ผิวหนัง พวกมันจะเข้าไปเกาะรวมตัวกันเป็นกลุ่มเหมือนไข่ปลา ซึ่งแคปซูลดังกล่าวจะมีอายุการใช้งานยาวนานครั้งละ…

เล่นฟิตเนสครบวงจรอยู่ดี ๆ ก็เป็นตะคริว ทำไมเป็นแบบนี้

เล่นฟิตเนสครบวงจรอยู่ดี ๆ ก็เป็นตะคริว ทำไมเป็นแบบนี้

เล่นฟิตเนสครบวงจรอยู่ดี ๆ ก็เป็นตะคริว ทำไมเป็นแบบนี้             คนที่เล่นฟิตเนสครบวงจร คนธรรมดาที่ใช้ชีวิตทั่วไป รวมถึงนักกีฬาหลากหลายประเภท ล้วนต้องเคยเผชิญกับการเป็นตะคริวอย่างหลีกลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาการของตะคริวมักจะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงที่ออกกำลังกายเป็นระยะเวลานาน ออกกำลังกายผิดท่า หรือออกกำลังกายด้วยท่าทางที่ไม่คุ้นชิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งด้วยจังหวะที่ไม่เหมาะสม หรือว่ายน้ำพร้อมกับตีขาไม่ถูกต้อง ก็สามารถทำให้เกิดตะคริวได้ง่ายเช่นเดียวกัน ตะคริวจากการเล่นฟิตเนสครบวงจร คืออะไร คนที่เล่นฟิตเนสครบวงจร คงทราบกันดีถึงพิษสงของการเป็นตะคริว ว่ามันเจ็บปวดถึงเพียงไหน ซึ่งตะคริวนั้น มีสาเหตุมาจากอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อเป็นตะคริวกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ จะเริ่มหดเกร็ง แข็งเป็นก้อน และมีอาการปวดตามมา โดยตอนเริ่มเป็นตะคริวบางทีก็อาจเกิดขึ้นฉับพลัน เป็นสักพักก็หาย อาการปวดที่เกิดขึ้นก็จะค่อยทุเลาลงไปเอง นอกจากนี้แล้ว การเกิดตะคริวส่วนใหญ่มักจะเกิดที่กล้ามเนื้อบริเวณขาเป็นหลัก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อน่องและต้นขา ที่มักจะมีอาการตะคริวได้มากที่สุด โดยการเป็นตะคริวนั้น อาจเกิดขึ้นได้จากกล้ามเนื้อแค่มัดเดียว หรืออาจเกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อหลายมัดพร้อมกันก็ได้ ต้นเหตุที่ทำให้เกิดตะคริวจากการเล่นฟิตเนสครบวงจร สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าทำไมเวลาเล่นฟิตเนสครบวงจรอยู่ดี ๆ ถึงเป็นตะคริวขึ้นมาได้นั้น ก็จะอธิบายให้ฟังเข้าใจง่าย ๆ ดังนั้น อาการของตะคริวเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่ร่างกายขาดน้ำและแร่ธาตุ เนื่องจากในชณะออกกำลังกายอยู่นั้น ร่างกายจะเกิดการสูญเสียแร่ธาตุและน้ำในรูปแบบของเหงื่อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเกิดอาการหดเกร็งมากเกินไป ทำให้เลือด ออกซิเจน และแร่ธาตุ ไม่สามารถไหลเวียนไปหล่อเลี่ยงส่วยต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอและเหมาะสม…