งานวิจัยไต้หวัน พบวิธีลดอาการวุ้นตาเสื่อม ด้วยการกินสัปปะรด

งานวิจัยไต้หวัน พบวิธีลดอาการวุ้นตาเสื่อม ด้วยการกินสัปปะรด

งานวิจัยไต้หวัน พบวิธีลดอาการวุ้นตาเสื่อม ด้วยการกินสัปปะรด             วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังคงมีความก้าวหน้าไม่มีที่สุดสุดในยุคปัจจุบัน กระทั่งก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างความสะดวกสบายให้มวลมนุษย์ในหลายด้าน ไปจนถึงมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตแทบทุกด้านเช่นกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร อย่างโทรศัพท์มือถือ ที่ก่อให้เกิดโรคมากมาย รวมถึงโรควุ้นตาเสื่อม ที่สามารถพบได้บ่อยครั้ง จากข้อมูลทางการแพทย์ได้ระบุไว้ว่า ปัจจุบันนี้ ประชากรไต้หวันจำนวน 10 คน จะต้องมี 8 คนที่มีอาการเสื่อมของวุ้นในดวงตา งานวิจัยพบว่า กินสัปปะรดช่วยลดอาการวุ้นตาเสื่อมได้ถึง 70% อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยต้าเหริน (Tajen University) ที่ทำร่วมกับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยฝู่อิง (Fooyin University) ค้นพบว่า การกินสัปปะรดในปริมาณ 100-300 กรัมต่อวัน ติดต่อเป็นระยะเวลา 3 เดือน สามารถช่วยลดอาการเสื่อมของวุ้นตาลงได้มากถึง 70% ด้วยการค้นพบดังกล่าว ผลงานวิจัยจึงได้ถูกนำไปตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Science Illustrated ของสหรัฐฯในฉบับเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา งานวิจัยที่ค้นพบวิธีลดอาการของวุ้นตาเสื่อม ด้วยการกินสัปปะรดนั้น ใช้ระยะเวลาในการวิจัยถึง 3 ปี…

พบยาเบาหวานตัวใหม่ ช่วยสร้างเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนได้

พบยาเบาหวานตัวใหม่ ช่วยสร้างเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนได้

พบยาเบาหวานตัวใหม่ ช่วยสร้างเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนได้             ผลการทดลองยาเบาหวานประเภท 1 ที่สามารถช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนให้กับผู้ป่วยได้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดยการทดลองดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้น ณ เมืองคาร์ดิฟฟ์ ของประเทศอังกฤษ ซึ่งล่าสุดมีผู้ป่วยเบาหวาน 2 รายแรกในโลกที่ได้ใช้ยาชนิดใหม่ ที่มีผลการทดสอบว่าสามารถสร้างเซลล์ใหม่ที่สร้างฮอร์โมนได้ หากประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ ยาชนิดนี้ก็อาจช่วยลดการที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องฉีดยาเป็นประจำทุกวัน และอาจช่วยป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อีกด้วย ผู้ป่วยเบาหวานแบบที่ 1 ต้องฉีดยาเบาหวานอินซูลินจำนวนมาก รายงานจองศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) พบว่า มีผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องใช้ยาเบาหวานมากกว่า 30 ล้านคนในสหรัฐฯ และผู้ป่วยอีกประมาณ 5% จะเป็นเบาหวานรูปแบบที่ 1 ซึ่งคนที่เป็นโรคดังกล่าวนี้ หลังจากที่โดนระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ “เบต้า” ที่เป็นแหล่งผลิตอินซูลิน โดยอินซูลินนั้น จัดเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญอย่างมากกับผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากมันมีหน้าที่เคลื่อนยายกลูโคสจากกระแสเลือดไปยังเซลล์ส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จึงมักใช้วิธีการรักษาด้วยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและฉีดอินซูลินจำนวนหลายครั้งต่อวัน หนึ่งในผู้วิจัยครั้งนี้กล่าวว่า ต้องใช้ยาเบาหวานเซลล์เบต้าที่ผลิตอินซูลินเพิ่มเติมในผู้ที่มีโรคเบาหวานชนิดนี้ และคาดว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 นั้น มีเซลล์ในการผลิตน้อยกว่า 5% แม้ว่าจะมีขึ้นตอนที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน แต่พวกเขาก็ยังคงขาดความก้าวหน้าในการป้องกัน นอกจากนี้…

ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม คือสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด

ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม คือสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด

ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม คือสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด             ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม จัดเป็นปัญหาปกติที่พบได้บ่อยในเด็กทารกวัย 4-12 เดือน และยังเป็นเรื่องที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย เพราะเวลามีผื่นเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ ผิวเนียนนุ่มของลูกก็จะถูกแทนที่ด้วยผื่นแดง ปื้นแดง หรือผิวหนังลอกออกเป็นแผ่น ๆ จนทำให้เกิดการระคายเคียงและเจ็บแสบได้ สาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม 1.เกิดการเสียดสีระหว่างผิวและผ้าอ้อมที่ลูกสวมใส่อยู่ 2.ลูกเกิดการแพ้ และมีการระคายเคืองของผิว จากอุจจาระ ปัสสาวะ ที่อยู่ในผ้าอ้อม 3.ลูกมีการติดเชื้อรา อันเนื่องมาจากความเปียกชื้นในผ้าอ้อม 4.แพ้สิ่งที่สัมผัสกับผิวของลูก อาทิ ผ้าอ้อม ครีมอาบน้ำ ทิชชู่เปียก โลชั่น น้ำยาซักผ้า หรือเส้นใยผ้าที่สวมใส่ 5.ยาที่ลูกทานเข้าไป หรือยาที่ถูกส่งผ่านจากแม่สู่ลูกในช่วงให้นม ก็ทำให้ลูกเป็นผื่นได้เช่นกัน หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีไข้ขึ้นสูง มีตุ่มสิว หรือตุ่มหนอง บวมแดง ผื่นกระจายไปที่ท้อง หลังแขน หรือใบหน้า และอาการเหล่านี้ เมื่อดูแลด้วยวิธีเบื้องต้นแล้วยังไม่หายภายในระยะเวลา 2-3 วัน ก็ต้องพาลูกไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด วิธีดูแลลูกเป็นผื่นจากผ้าอ้อม 1.ใช้ผ้าอ้อม ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวลูก – ลูกเป็นผื่นที่มีสาเหตุมาจากผ้าอ่อมนั้น ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมที่ลูกใช้ใหม่ โดยพื้นผิวของผ้าอ้อมนั้นต้องมีสัมผัสที่นุ่มสบายเป็นพิเศษ มีช่องระบายอากาศได้ทั่วทั้งแผ่น ซึมซับได้รวดเร็ว…

คำแนะนำดี ๆ สำหรับคนฟิตเนสรามคำแหงครั้งแรก

คำแนะนำดี ๆ สำหรับคนฟิตเนสรามคำแหงครั้งแรก

คำแนะนำดี ๆ สำหรับคนฟิตเนสรามคำแหงครั้งแรก มือใหม่ที่เพิ่งเข้าฟิตเนสรามคำแหง หรือเข้ายิมครั้งแรก แน่นอนว่าต้องเกิดความสับสนอยู่พอสมควร เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นจาตรงไหนดี กลัวทำอะไรผิดพลาด หรือทำไม่เหมาะสม ไปจนถึงไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นใช้งานอุปกรณ์ฟิตเนสตัวไหนก่อนดี ซึ่งนี่ก็คือคำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ในมือใหม่หลายท่าน ที่ส่งผลให้ไม่ได้เริ่มต้นเข้าไปออกกำลังกายแบบจริงจังกันสักที ด้วยเหตนี้แล้ว ทางเราจึงมีคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับมือใหม่ ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรดี ก่อนจะเข้าไปเล่นฟิตเนสอย่างจริงจัง ลำดับแรกก่อนไปเล่นฟิตเนสรามคำแหง คือของติดตัวที่ควรพกไป สำหรับคนที่ไปเล่นฟิตเนสรามคำแหงครั้งแรก ห้ามลืมอุปกรณ์ส่วนตัวจำเป็น ที่ต้องเตรียมไปให้พร้อมด้วย เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าฟิตเนสที่ไปใช้บริการมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากน้อยแค่ไหน หรือการใช้ของร่วมกับผู้อื่นมีความปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งของที่ควรนำติดตัวไปด้วยส่วนมากก็ได้แก่ ผ้าขนหนู ขวดน้ำ สบู่ ยาสระผม เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน เป็นต้น เมื่อเตรียมของไปเล่นฟิตเนสรามคำแหงได้แล้ว สิ่งต่อมาก็คือ 1.เสื้อผ้าที่สวมใส่ต้องสบาย – การเล่นฟิตเนสรามคำแหง ก็เสมือนการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง ดังนั้นแล้ว เสื้อผ้าที่สวมใส่ไปก็ควรเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อบางเบา สามารถถ่ายเทและระบายอากาศได้ดี ไม่หลวม หรือไม่คบรัดรูปจนเกินไป 2.เรียนรู้การใช้เครื่องออกกำลังกาย – เวลาเข้าไปเล่นฟิตเนสรามคำแหง ก็จะพบเข้ากับเครื่องอกกำลังกายจำนวนมาก ในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าอยากจ้างเทรนเนอร์มาช่วยฝึกสอนหรือไม่ หากจ้างมาก็ควรเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากเทรนเนอร์ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินจ้างเป็นเวลานาน แต่หากคิดว่าไม่อยากจ้าง…

ใครก็เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนได้ หากพฤติกรรมก้มเงยบ่อย ๆ

ใครก็เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนได้ หากพฤติกรรมก้มเงยบ่อย ๆ

ใครก็เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนได้ หากพฤติกรรมก้มเงยบ่อย ๆ             กระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทสามารถเกิดกับใครก็ได้ หากใช้ชีวิตประจำวันแบบไม่ระวัง เช่น นั่งผิดท่าเป็นระยะเวลานาน ยกของหนักบ่อย ๆ ก้มเงยเป็นประจำ หรือประสบอุบัติเหตุ ส่วนสาเหตุสำคัญอีกประการก็คือ ข้อต่อของกระดูกสันหลังเสื่อมสภาพ จนทำให้การยึดเหนี่ยวของกระดูกสันหลังเสื่อมสภาพ เกิดการเคลื่อนตัวของกระดูกสันหลังมาทำเส้นประสาทในที่สุด ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี สำหรับคนที่เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนนั้น ในเบื้องต้นจะมีอาการปวดหลังส่วนเอว ปวดเมื่อยเวลานั่งทำงาน หรือเดินไกล ๆ  ซึ่งอาการทั้งหมดนี้จะเป็นแบบเรื้อรัง และจะเป็นบ่อยยิ่งขึ้นในขณะก้ม ๆ เงย ๆ จากนั้น เมื่อกระดูกสันหลังได้เคลื่อนมาทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ก็จะเริ่มมีอาการปวดร้าวลงขา มีอาการชา ปวดเหมือนโดนไฟดูด ขาอ่อนแรง ไม่สามารถเดินระยะทางไกลได้ นอกจากนี้ ยังไม่สามารถขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระได้ด้วยตนเองอีกด้วย ผู้ป่วยกระดูกสันหลังเคลื่อน ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเสมอไป ในการรักษาผู้ป่วยกระดูกสันหลังเคลื่อนเบื้องต้นนั้น แพทย์จะให้ยาระงับอาการปวดและคลายกล้ามเนื้อ ทำกายภาพบำบัดด้วยการใช้เครื่องพยุงหลัง พร้อมกับบริการกล้ามเนื้อหลัง เพื่อช่วยประเทาอาการปวดให้ดีขึ้น แต่หากผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการชาลงไปที่ขาแล้ว แพทย์ก็จะวินิจให้รักษาด้วยการผ่าตัดใส่โลหะยึดตรึงกระดูกสันหลังแทน เพื่อช่วยเชื่อมข้อต่อให้อยู่ในแนวที่ถูกต้อง การรักษากระดูกสันหลังเคลื่อน ด้วยวิธีผ่าตัดใส่สกรูแบบแผลเล็ก ช่วยผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ปัจจุบันนี้ มีนวัติกรรมผ่าตัดแผลเล็ก เพื่อแก้ไขกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท ด้วยการผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลัง…

นักวิจัยพบน้ำคร่ำทารกมีเซลล์ต้นกำเนิด ใช้รักษากระดูกสันหลังเปราะได้

นักวิจัยพบน้ำคร่ำทารกมีเซลล์ต้นกำเนิด ใช้รักษากระดูกสันหลังเปราะได้

นักวิจัยพบน้ำคร่ำทารกมีเซลล์ต้นกำเนิด  ใช้รักษากระดูกสันหลังเปราะได้             นักวิจัยสถาบันสุขภาพเด็กของสหราชอาณาจักร พบวิธีล่าสุดในการรักษากระดูกสันหลังเปราะ ที่อาจนำมาต่อยอดใช้งานกับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กทารก ไปจนถึงคนสูงวัย ซึ่งวิธีการรักษาแบบนี้ จะใช้เซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ที่เก็บได้จากในถุงน้ำคร่ำที่หุ้มตัวทารกอยู่ นำมาฉีดเข้าไปที่กระดูก เพื่อช่วยฟื้นฟูกระบวนการสร้างกระดูกทนแทนตามธรรมชาติของร่างกายของมนุษย์ ผลการค้นพบวิธีรักษากระดูกสันหลังของนักวิจัยดังกล่าว ได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Reports โดยมีการระบุผลทดลองเบื้องต้นในหนูทดลองเอาไว้ ซึ่งพบว่า การนำฉีดสเต็มเซลล์จากน้ำคร่ำของตัวอ่อนมาฉีดลงไปในตัวหนูทดลองนั้น ช่วยทำให้กระดูกมีความแข็งแกร่งมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดการแตกเปราะของกระดูกลงได้ถึงร้อยละ 80 และนักวิจัยยังได้วางแผนการณ์ทดลองในมนุษย์ภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า การรักษากระดูกสันหลังด้วยวิธีนี้ มีขั้นตอนอย่างไร สำหรับการทดลองรักษากระดูกสันหลังด้วยน้ำคร่ำทารกนั้น นักวิจัยจะดำเนินการใช้สเต็มเซลล์ที่เก็บได้มาจากน้ำคร่ำทารกในครรภ์มารดาก่อนคลอด หรือเก็บจากน้ำคร่ำที่เหลือจากการเจาะมาตรวจดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ แล้วฉีดเข้าไปในตัวหนูทดลอง ที่ป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะ (osteogenesis imperfecta ) ซึ่งโรคกระดูกเปราะดังกล่าวนี้ สามารถพบได้ในเด็กทารกแรกเกิดในอัตรา 1 ใน 25,000 คน ส่งผลให้เด็กทกรกที่ป่วยเป็นโรคนี้เสียชีวิต หรือมีชีวิตอยู่รอด แต่มีกระดูกแตกหักเกิดในหลายที่ตั่งแต่กำเนิดได้ ผู้ป่วยโรคนี้จึงอาจมีกระดูกแตกหักเป็นจำนวนถึง 15 แห่งต่อปี ทั้งยังทำให้มีปัญหาด้านการเจริญเติบโตอีกด้วย หนูทดลองที่รักษากระดูกสันหลังเปราะด้วยวิธีนี้ มวลกระดูกจะมีความแข็งแกร่งขึ้น ผลของการรักษากระดูกสันหลังเปราะ โดยการใช้สเต็มเซลล์ที่เก็บได้มาจากน้ำคร่ำทารกนั้น ก็พบว่าหนูทดลองทั้งหมดมีมวลกระดูกที่แข็งแกร่งขึ้น…

ระวังตาบอดอย่างถาวร หากยังไม่รู้ตัวว่าเป็นวุ้นตาเสื่อม

ระวังตาบอดอย่างถาวร หากยังไม่รู้ตัวว่าเป็นวุ้นตาเสื่อม

ระวังตาบอดอย่างถาวร หากยังไม่รู้ตัวว่าเป็นวุ้นตาเสื่อม             วิธีสังเกตุว่าเป็นวุ้นตาเสื่อมหรือไม่นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากพบว่าตนเองเห็นเงาดำคล้ายหยากไย่ หรือยุงบินไปมา แต่เมื่อพยายามจ้องมองแล้วมันกลับอันตรถานหายไปอย่างรวดเร็ว  และมักจะมองเห็นชัดยิ่งขึ้นเวลามองไปบนท้องฟ้าและผนังที่มีสีขาว หรือบางครั้งก็เห็นแสงไฟวาบขึ้นมาในตาทั้งที่อยู่ในความมืด ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นสัญญานอันตรายแล้ว วุ้นตาเสื่อมอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้ 1.เกิดจากภาวะความเสื่อมสภาพ ที่เป็นไปตามวัย จัดเป็นสาเหตุการเกิดวุ้นตาเสื่อมที่พบได้บ่อยสุด 2.เกิดการอักเสบในวุ้นตาและจอตา (intermediate and posterior uveitis) ที่มีสาเหตุมาจากการอักเสบของภาวะภูมิคุ้มกันร่างกาย การติดเชื้อ หรือภาวะทางกายอื่น ๆ เช่น มะเร็ง 3.เกิดจากภาวะเลือดออกในน้ำวุ้นตา จากการประสบอุบัติเหตุ หรือโรคที่ทำให้มีความผิดปกติของหลอดเลือด ส่วนปัจจัยเสี่ยงนั้น ก็จะพอได้บ่อยในผู้สูงอายุตั่งแต่ 50 ปีขึ้นไป คนสายตาสั้น, เคยประสบอุบัติเหตุที่ตา, ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด, ผู้ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นตา, ไปจนถึงผู้มีอาการอักเสบในดวงตา สิ่งที่เหล่าทำให้เกิดวุ้นลูกตาเสื่อมได้ง่ายมาก เมื่อเป็นวุ้นตาเสื่อม ควรทำอย่างไร ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ วุ้นตาเสื่อมมักจะเกิดจากการเสื่อสภาพตามวัย อย่างไรก็ตามหากสังเกตเห็นอาการผิดปกติเหมือนที่ได้กล่าวมาข้างต้น ก็ควรเข้าพบจักษุแพทย์อย่างเร่งด่วน เพื่อหาสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจมีความเกี่ยวข้อง และเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีเริ่มเห็นเงาดำจุดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นแสงวาบในดวงตาม หรือเห็นเงาคล้ายม่านบังตาบางส่วน อย่าปล่อยปละละเลยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ตาบอดได้ เมื่อไปพบแพทย์แล้ว…