นักวิทย์ฯพบยีนต้านมะเร็งในช้าง อาจนำมาใช้รักษาคนได้

นักวิทย์ฯพบยีนต้านมะเร็งในช้าง อาจนำมาใช้รักษาคนได้

นักวิทย์ฯพบยีนต้านมะเร็งในช้าง อาจนำมาใช้รักษาคนได้             ทีมนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยยูทาห์จากสหรัฐฯ ค้นพบยีนต้านมะเร็งในตัวช้างเป็นจำนวนหลายตัว ทำให้พวกมันมีอัตราการป่วยเป็นโรคมะเร็งต่ำมาก ซึ่งผลงานวิจัยชิ้นนี้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร “Journal of the American Medical Association” โดยทีมนักวิจัยที่ค้นพบยีนต้านมะเร็งได้อธิบายถึงเหตุผล ว่าเป็นเพราะอะไรช้างจึงมีอัตราป่วยเป็นมะเร็งต่ำกว่าในระดับที่ควรเป็น หากพิจารณาถึงขนาดร่างกายอันใหญ่โตของสัตว์กินพืชชนิดนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีความเชื่อกันว่า เซล์ทุกเซล์ในร่างกายสามารถกลายสภาพเป็นมะเร็งได้ เพราะยิ่งมีเซลล์เหล่านี้จำนวนมากเท่าไหร่ ก็พบความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ หากช้างมีเซลล์จำนวนมากกว่ามนุษย์ 100 เท่า นั้นหมายความว่าพวกช้างก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดเป็นมะเร็งมากขึ้นมากกว่าคน 100 เท่าเช่นเดียวกัน ยีนต้านมะเร็ง ทำให้พวกช้างมีโอกาศตายจากโรคมะเร็งต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ดีเอ็นเอของช้าง จนพบว่า พวกช้างมีอัตราการตายจากโรคมะเร็งในอัตราเพียง 5% เท่านั้น ขณะที่มนุษย์มีอัตราการตายจากโรคมะเร็งอยู่ที่ 25% จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมจึงไม่ค่อยเห็นช้างตายจากการป่วยเป็นโรคมะเร็งเลย ทีมนักวิจัยค้นพบกับความลับว่า พวกช้างมียีนต้านมะเร็งที่มีชื่อว่า T53 อยู่ถึง 20 ตัว ขณะเดียว ในร่างกายมนุษย์มียีนชนิดนี้เพียงแค่ 1 ตัวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ร่างกายของช้างสามารถตรวจจับเซลล์ที่เสียหาย พร้อมกับช่วยซ่อมแซม หรือฆ่าเซลล์มะเร็งได้มีประสิทธาภาพกว่ามนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ เตรียมตัวนำข้อมูลการค้นพบดังกล่าวไปใช้…

3 วิธี ดูแลรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ห่างใกลโรคกระดูกพรุน

3 วิธี ดูแลรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ห่างใกลโรคกระดูกพรุน

3 วิธี ดูแลรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ห่างใกลโรคกระดูกพรุน             “โรคกระดูพรุน” เกิดจากภาวะความหนาแน่นเนื้อกระดูกบางตัวลง เป็นผลมาจากการสร้างกระดูกน้อยกว่าการทำลายกระดูก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกหัก หรือยุบตัวได้ง่ายกว่าปกติ โดยแฉพาะอย่างยิ่งบริเวณกระดูกสันหลัก กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ โดยผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้น สามารถตรวจเจอโรคกระดูกพรุ่นได้บ่อยกว่าคนอายุน้อย หากเป็นโรคกระดูกพรุนและไม่เข้ารับการรักษากระดูกสันหลังอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดอาการปวดต่าง ๆ หรือภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ปวดหลัง กระดูกสันหลังยุบตัวลง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง กระดูกท่อนแขนและขาเปราะบางและแตกหักได้ง่าย ในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนบางราย อาจมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกข้อมือ กระดูกสโพก กระดูกสันหลัง ทำให้พิการหรือเดินไม่ได้ ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง ซึ่งการดูแลรักษากระดูกให้มีความแข็งแรงตั่งแต่เนิ่น ๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุ่นได้ 1.รักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง คนที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี เฉลี่ยแล้วต้องได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากอายุมากกว่า 50 ปี แคลเซียมที่ร่างกายควรได้รับอยู่ที่ 1,200 มิลลิกรัม ซึ่งแคลเซียมสามารถหามารับประทานได้ง่าย เช่น นม โยเกิร์ต ชิส…

นักวิจัยพบวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน

นักวิจัยพบวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน

นักวิจัยพบวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน             ผลการศึกษาที่จัดทำโดยนักวิจัยออสเตรเลียและจีน แสดงให้เห็นถึงวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำขนาดเล็กระดับนาโน สามารถนำมาใชเป็นตัวนำส่งและปล่อยยา เข้าไปในตำแหน่งที่การในบริเวณดวงตา เพื่อทำการบำบัดรักษาโรคจอประสาทเสื่อมตามอายุขัย ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการฉีดยาเข้าไปในดวงตาอยู่บ่อย ๆ โรควุ้นตาเสื่อมตามอายุนับเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ประชากรของประเทศพัฒนาแล้วสูญเสียการมองเห็น โดยผู้ป่วยส่วนมากล้วนเป็นผู้สูงวัย ที่ต้องเดินทางมาเข้ารับการฉีดยาเข้าในดวงตาเดือนละครั้ง ซึ่งการักษาโดยใช้อนุภาคทองคำระดับนาโนมาผสมเข้ากับอนุภาคทองคำระดับนาโน เพื่อช่วยเป็นตัวนำยาเข้าสู่ดวงตาผู้ป่วย ทำให้ไม่ต้องเดินทางมาพบแพทย์บ่อยครั้ง โดยอาจเปลี่ยนมาเป็นรับยาตามระยะเวลาที่เหมาะสมแทน เฉลี่ยแล้วทุกหกเดือน กระบวนการรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน ผลการศึกษาอนุภาคทองคำนาโน รักษาวุ้นตาเสื่อม ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Angewandte Chemie โดยเป็นผลงานของนักวิจัยจากสถาบัน CSIRO ของออสเตรเลีย ดำเนินการร่วมกับกลุ่มนักวิจัยอิสระจากจีน ด้วยการคิดค้นไฮโดรเจลผสมกับอนุภาคทองคำระดับนาโนขึ้นมา จนเกิดเป็นเจลขึ้นมา ซึ่งสามารถตอบสนองต่อแสงและอุณหภูมิที่แปลเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว แม้เพิ่มขึ้นไม่กี่องศาเซลเซียส เมื่อผู้ป่วยที่ทำการรักษาวุ้นตาเสื่อมด้วยวิธีนี้ลืมตาขึ้น แสงที่ส่องเข้าจะไปกระตุ้นให้เจลอ่อนตัวลง พร้อมกับปลดปล่อยยารักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมออกมา แต่เมื่อขาดแสงไปเจลจะเริ่มแข็งตัว จนกระทั่งหยุดการปล่อยตัวยาเข้าไปในดวงตาทันที สำหรับตัวยานั้น สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนาน ทันทีที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว อนุภาคทองคำนาโนรักษาวุ้นตาเสื่อม มีความปลอดภัยต่อผู้ป่วยสูง โยฮัน บาซูกิ หนึ่งทีมนักวิจัยของสถาบัน CSIRO เผยว่า อนุภาคทองคำขนาดเล็กระดับนาโนนี้ ไม่สามารถมองเห็นได้ ถึงแม้ส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เนื่องจากมีขนาดเล็กยิ่งกว่าเส้นผมของคนเราถึง 1000…