เสื่อโยคะที่ทำจากยางทั้ง 2 ประเภท มีคุณสมบัติอย่างไร

เสื่อโยคะที่ทำจากยางทั้ง 2 ประเภท มีคุณสมบัติอย่างไร

            เสื่อโยคะที่ถูกทำขึ้นจากยางสังเคราะห์ (Synthetic rubber) ถือเป็นวัสดุที่สังเคราะห์ที่ทำขึ้นเลียนแบบยางธรรมชาติ หรือจัดเป็นวัสดุยืดหยุ่นสังเคราะห์ (artificial elastomer) ประเภทหนึ่ง มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ภายใต้ความเค้นที่มากกกว่าวัสดุอื่น ๆ ทั้งยังสามารุกลับคืนรูปร่างเดิมได้โดยไม่เกิดการเสียรูปทรงแต่อย่างใด

ซึ่งยางสังเคราะห์นั้น ถูกสร้างขึ้นจากปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชั่น (polymerization) ของสารตั้งต้นที่เป็นผลผลิตพลอยได้จากกระบวนการกลั่นปิโตรเลียม หรือที่เรียกว่า มอนอเมอร์ (monomer) โดยยางสังเคราะห์แต่ละชนิดนั้น ก็จะมีการผสมมอนอเมอร์ชนิดเดียว หรือผสมหลายชนิดเข้าด้วยกันในอัตราส่วนที่แตกต่าง เพื่อช่วยให้พัฒนาให้จนให้ยางสังเคราะห์มีสมบัติทางกายภาพ ทางกล และทางเคมีที่แตกต่างกัน

เสื่อโยคะที่ทำจากยางธรรมชาติ (Natural rubber)

สำหรับเสื่อโยคะที่ทำจากยางธรรมชาตินั้น ก็เป็นผลผลิตผลที่ได้มาจากต้นยางพารา (Hevea brasilensis) ด้วยการใช้มีดกรีดที่ลำต้นและนำเอาของเหลวสีขาวคล้ายนมข้นที่ไหลออกมาใช้งาน หรือที่เรียกว่ากันว่าน้ำยางสดและน้ำยางดิบ (latex) ที่มีส่วนประกอบของพอลิเมอร์ จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการผลิตเพื่อให้เก็บไว้ได้นาน จนออกมาเป็นน้ำยางสดเข้มข้น ซึ่งน้ำยางสดที่ทำขึ้นมา ก็จะถูกนำมาแปรสภาพเป็น 2 ลักษณะคือ

ลักษณะแรก ในรูปของน้ำยางข้น ที่เป็นวัสดุดิบในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ เช่น เสื่อโยคะ ถุงมือยาง อุปกรณ์ทางการแพทย์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ลูกโป่ง ส่วนลักษณะต่อมาคือ ยางที่มีรูปแบบแห้ง ที่นำมาใช้เป็นวัสดุดิบในการผลิตยางแผ่นรมควัน ยางแผ่นผึ่งแห้ง ยางแท่ง

เสื่อโยคะจากยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ต่างกันอย่างไร

ถึงแม้เสื่อโยคะที่ทำจากยางธรรมชาติจะคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ เช่น มีความต้านทานต่อแรงดึง (tensile strength) ทนต่อการเสื่อมสภาพได้ดี เมื่อได้รับความร้อนจากสิ่งต่าง ๆ เช่น แสง และโอโซนในอากาศได้ในระดับปานกลาง รวมถึงทนต่อการล้าได้ดี

แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับยางยางสังเคราะห์ก็จะพบว่า ยางธรรมชาติยังมีสมบัติโดยรวมที่ด้อยกว่ายางสังเคราะห์ เนื่องจากยางสังเคราะห์มีความทนทานต่อการขัดถูทำความสะอาดที่เหนือกว่า มีเสถียรภาพทางความร้อนที่ดีกว่า

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ยางสังเคราะห์เกิดการเสื่อมสภาพได้ช้ากว่ายางธรรมชาติ ที่สำคัญยางสังเคราะห์นั้น ก็ยังแบ่งออกเป็นหลายชนิดและมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น สามารถคงความยืดหยุ่นได้ดีแม้จะอยู่ในอุณหภูมิต่ำ หรือสามารถทนต่อน้ำมันและจาระบี ไปจนถึงความทนทานต่อเปลวไฟ ซึ่งเหมาะกับการนำไปผลิตเป็นฉนวนในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์.