นศ.ไทย เปิดตัวนวัตกรรมรักษาเบาหวาน ด้วยวิธีส่งตัวผ่านผิวหนัง

นศ.ไทย เปิดตัวนวัตกรรมรักษาเบาหวาน ด้วยวิธีส่งตัวผ่านผิวหนัง

            สองหนุ่มนักศึกษาไทยรุ่นใหม่ไฟแรง อ๋อม-นายรวมรัตน์ ได้ผลรักษา และ เต้-นายศุภณัฐ วัจนรัตน์ วัย 23 ปี นักศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับมีความมุ่งมั่นอยากผลิตวงจรรวมเป็นของตนเอง ภายใต้แนวคิดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดประโยชน์ในวงกว้าง

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเป็นไอเดีย “นวัตกรรมวงจรรวมสำหรับรักษาเบาหวาน ด้วยการส่งยาผ่านทางผิวหนัง” ที่สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้ ที่ทุกวันนี้มีผู้อัตราผู้ป่วยทั่วโลกมากกว่า 4.4 ล้านราย และในแต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานจำนวน 200 คน หรือ 8 รายต่อชั่วโมง การรักษาในปัจจุบันที่นิยมกันก็มีแค่ 2 ทาง คือรับประทานยา หรือฉีดอินซูลินเข้ากระแสเลือด นวัตกรรมดังกล่าว จึงเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้กับผู้ป่วยได้

ประเทศไทยทุกปี ต้องเสียค่ารักษาเบาหวานให้กับผู้ป่วยหลักหมื่นล้าน

สองนักศึกษาได้บอกเล่าที่มาของนวัตกรรมวงจรรวมสำหรับรักษาเบาหวานว่า การรักษานอกจากผู้ป่วยต้องควบคุมอาหารแล้ว ยังจำเป็นต้องฉีดอินซูลินต่อเนื่องหลายครั้งในหนึ่งวัน และทุกวันนี้ประเทศไทยต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเบาหวานเป็นจำนวนเงินกว่า 47,596 ล้านบาทต่อปี

สำหรับการรักษาเบาหวานด้วยการฉีดอินซูลินนั้น ส่งผลให้ผู้ป่วยหลายรายต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เกิดจากการฉีดยาในจุดเดิมซ้ำไปมาวันละหลายเข็ม จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมชีวการแพทย์ เพื่อทดแทนการใช้เข็มฉีดยา ด้วยการนำเอาทฤษฎีการใช้กระแสไฟฟ้าส่งยาเข้าสู่ผิวหนัง (Iontophoresis Theory) มาใช้ ซึ่งทฤษฎีที่ว่านี้ ในวงการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาได้ให้การยอมรับกันอย่างแพร่หลาย

นึกศึกษาทั้งสองคน จึงได้ลงมือออกแบบโปรแกรมจำลอง ด้วยการวางแผนให้มีส่วนประกอบหลักของนวัตกรรม 2 ส่วน คือวงจรวัดค่าตัวแปรทางไฟฟ้าบนผิวหนัว ที่จะมีผลอย่างมาก เนื่องจากมันทำหน้าที่ปรับกระแสไฟฟ้าบนผิวหนังให้มีความเหมาะสมก่อนเข้าสู่ร่างกาย และส่วนที่สองคือวงจรการจ่ายกระแสไฟฟ้าแบบ Pulse เข้าสู่ผิวหนัง ที่จะทำให้ตัวยาสามารถซึมผ่านผิวหนังด้วยการดูดซึมได้ ซึ่งในส่วนนี้ถือว่ามีความยาก เพราะต้องออกแบบวงจรให้คงที่ ไม่ให้เกิดการผันผวนตามความต้านทานของผิวหนังที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยทั้ง 2 วงจรนี้ถูกเชื่อมต่อการทำงานรวมกันอยู่ใน “วงจรรวมสำหรับส่งยาผ่านผิวหนัง”

ผู้ป่วยสามารถใช้รักษาเบาหวานด้วยตนเองที่บ้านได้ ไม่ยุ่งยาก

ในส่วนของวิธีใช้งานนั้น ก่อนแปะวงจรรักษาเบาหวานลงบนร่างกาย ผู้ป่วยก็เพียงแค่ทำความสะอาดผิวที่ต้องการติดให้สะอาดด้วยแอลกอฮอล์ เมื่อแปะแผ่นเข้ากับผิวแล้ว ก็ให้กดปุ่มเปิดวงจรรวมที่ได้ออกแบบไว้ จากนั้นวงจรรวมสำหรับส่งยาเข้าสู่ผิวหนังก็จะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ

ประโยชน์ของนวัตกรรมนี้ ไม่เพียงแค่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานต้องทนเจ็บปวดจากการฉีดยาซ้ำไปมาเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีก นั่นคือเป็นนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าและมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรฐกิจฐานเทคโนโลยีของประเทศและโลก.