4 วิธี ช่วยรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง

4 วิธี ช่วยรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง

            การรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรงอยู่เสมอ ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ เพราะเมื่อเป็นแล้วก็สามารถทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมาได้หลายอย่าง เช่น กระดูกสันหลังยุบตัวลง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง กระดูกแขนขาเปราะและหัก และในบางรายก็อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับกระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก หรือกระดูกสันหลัง จนทำให้พิการและเดินไม่ได้อีกด้วย

เลือกทานอาหาร วิธีพื้นฐานในการรักษากระดูกสันหลัง ให้ห่างใกลจ่างภาวะกระดูกพรุน

ผู้ใหญ่ที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี ร่างกายต้องการแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม และเมื่อมีอายุมากกว่า 50 ปี แคลเซียมที่ร่างกายต้องการก็เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับแหล่งที่มาของแคลเซียมก็ได้จาก อาหารหลากหลายประเภท เช่น นม,โยเกิร์ต,ชีส,ปลาตัวเล็กทอด,กุ้งแห้ง,กะปิ,ผักคะน้า,ใบยอ,ดอกแค,เต้าหู้แข็ง,ถั่วแดง  และงาดำ เป็นต้น

ทั้งหมดที่กล่าว มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงและรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรงขึ้นได้ ส่วนอาหารไทยทั่วไปจะมีแคลเซียมอยู่ประมาณ 400-500 มิลลิกรัมต่อวัน หรือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งที่ร่างกายควรได้รับ จึงควรดื่มนมเสริมด้วย แต่หากร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมจากอาหารอย่างเพียงพอ ก็ควรรับประทานอาหารเสริมประเภทแคลเซียมควบคู่กันไปด้วย ซึ่งมีหลักการเลือกดังต่อไปนี้

– ดูตัวยาที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์  ว่ามีวิตามินอื่นผสมหรือไม่  เพราะหากผสมวิตามิน หรือวิตามินดีมากเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

-ตรวจสอบดูว่าใน 1 เม็ด ให้อนุมูลแคลเซียมเท่าไร เนื่องจากร่างกายต้องการแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 800 มิลลิกรัม

-ตรวจสอบดูว่าผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมอยู่ในรูปแบบไหน หากแคลเซียมละลายน้ำจะถูกดูดซึมได้ยาก ควรใช้ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมแบบเม็ด จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีกว่า

วิธีอื่น ๆ ในการรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง นอกเหนือจากการทานอาหาร

1.ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (weight-bearing exercise) – ควรออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุและผู้ที่อยุ่ในวัยหมดประจำเดือน ให้เน้นการออกกำลังแบบลงน้ำหนักมากเป็นพิเศษ

เช่น เดินไกล วิ่งเหยาะ ๆ รำมวยจีน หรือเต้นรำเป็นต้น เพื่อรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรงอยู่เสมอ และป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักยังช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น

2.หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน – ทั้งพฤติกรรมการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น กาแฟ เพราะจะทำให้การดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ลดลงได้ นอกจากนี้ ควรระวังการใช้สเตียรอยด์ หรือยาลูกกลอน ซึ่งมีผลทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้มากขึ้นได้

3.ปรึกษาแพทย์เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษากระดูกสันหลัง – เข้าพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการดูดแลกระดูกสันหลังที่เหมาะสม หรือส่งตรวจมวลกระดูก เพื่อดูความหนาแน่นของกระดูกในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยง และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที เมื่อตรวจพบภาวะกระดูกพรุน

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://www.s-spinehospital.com