อีกทางเลือกของผู้ป่วย รักษาเบาหวานจากธรรมชาติ ด้วยกัญชา

อีกทางเลือกของผู้ป่วย รักษาเบาหวานจากธรรมชาติ ด้วยกัญชา

อีกทางเลือกของผู้ป่วย รักษาเบาหวานจากธรรมชาติ ด้วยกัญชา             หลังจากที่ประเทศไทยได้ปลดล็อคให้มีการใช้กัญชาด้านการแพทย์อย่างเป็นทางการ ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะสรรพคุณในกัญชานั้น มีประโยชน์มากมายหลายด้าน ไม่ได้มีแค่โทษอย่างที่ภาครัฐฯพยายามบอกกล่าวมา ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างจากการดื่มเบียร์ หรือเหล้าแต่อย่างใด ที่ดื่มเล็กน้อยก็เป็นยาดื่มมากก็ก็ให้โทษได้ โดยสรรพคุณของกัญชาด้านการแพทย์ ก็สามารถรักษาได้หลายโรค เช่น มะเร็ง ไม่เกรน หรือรักษาเบาหวาน ซึ่งจัดเป็นโรคที่คนไทยเป็นมากที่สุด จากผลสำรวจพบว่า คนไทยป่วยเป็นเบาหวานมากกว่า 5 ล้านคน และคนอายุน้อย ก็มีแนวโนมป่วยเป็นเบาหวานเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน กัญชา สามารถรักษาเบาหวานได้อย่างไร? ถึงแม้ ผลการวิจัยของการรักษาเบาหวานด้วยกัญชายังมีไม่มาก หากเทียบกับผลวิจัยของการใช้กัญชารักษามะเร็ง แต่ผลวิจัยที่ออกมาก็แสดงให้เห็นว่า ถึงอย่างไรกัญชาก็ยังเป็นประโยชน์ต่อการรักษาผู้ป่วยเบาหวานทั้ง 2 ประเภท จากผลการทดลองในปี 2013 ที่ใช้ระยะเวลาถึง 5 ปี กับบรรดาอาสาสมัคร 4657 คน ในจำนวนนี้มี 2554 คน ที่ใช้กัญชาและผลการศึกษาผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้กัญชานั้น พบว่ามีระดับน้ำตาลลดลง 16% มีภาวะต้านอินซูลินน้อยลง 17% อีกทั้งยังมีระดับไขมันดีในร่างกายเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยอีกหนึ่งชิ้น ที่ทดลองคล้ายกัน ก็พบค้นพว่า กัญชาช่วยให้ระดับไขมันดีของผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มมากขึ้นได้จริง…

รองสารวัตรเผย หมอให้จองเมรุรอ จึงหันมาใช้น้ำมันกัญชารักษามะเร็งจนหาย

รองสารวัตรเผย หมอให้จองเมรุรอ จึงหันมาใช้น้ำมันกัญชารักษามะเร็งจนหาย

รองสารวัตรเผย หมอให้จองเมรุรอ จึงหันมาใช้น้ำมันกัญชารักษามะเร็งจนหาย             ณ โรงแรมเฮอร์มิเทจ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายอบจ.นครราชสีม ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต 9 กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ เข้าร่วมเปิดโครงการ “ แนวทางการดำเนินงานกัญชาในโคราช ครั้งที่ 2” โดยมีบุคลากรสาธารณสุข แพทย์พื้นบ้าน ผู้แทนวิสาหกิจชุมชนและประชาชน ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่ต้องการใช้กัญชาเป็นแพทย์ทางเลือก ทั้งนำไปรักษามะเร็งและโรคอื่น ๆ เป็นจำนวนกว่า 1000 คน ที่เดินทางมารับฟังการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวแพทย์พื้นบ้าน ในการรักษาโรคด้วยกัญชา จาก น.พ ขวัญชัย วิศิษฐานนท์,ผู้อำนวยการกองแพทย์พื้นบ้าน, แพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมชี้แจงแนวทางการรับแจ้งการครอบครองกัญชารักษามะเร็งและโรคอื่น ๆ ไปจนถึงผู้ที่มีความประสงค์ปลูกกัญชา ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ.2562 จากนั้น เป็นการสรุปแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับงานกัญชาในโคราช พร้อมเปิดอภิปรายทั่วไปและเปิดให้ผู้มีข้อสงสัยซักถามซักถามข้อสงสัย ผลวิจัยการแพทย์ทั่วโลกชี้ชัด กัญชารักษามะเร็งและทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตดีขึ้นได้ นายสมชัย เจริญรบ ประธานสภากัญชาโคราช เผยว่า…

นักวิทย์ฯเผย ยารักษาเบาหวาน ช่วยลดการเกิดโรคอัลไซเมอร์

นักวิทย์ฯเผย ยารักษาเบาหวาน ช่วยลดการเกิดโรคอัลไซเมอร์

นักวิทย์ฯเผย ยารักษาเบาหวาน ช่วยลดการเกิดโรคอัลไซเมอร์             วารสารอิเล็กทรอนิกส์ด้านการวิจัยสมอง (Brain Research) ได้เผยแพร่ผลวิจัย ที่พบว่ายารักษาเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes) อาจเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับภาวะสมองเสื่อม หรืออาการสูญเสียความทรงจำ ซี่งเป็นปัจจัยสำคัญสำคัญของการทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ ผลงานวิจัยครั้งนี้ ถูกค้นพบโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแลนคาสเตอร์ (Lancaster University) แห่งสหราชอาณาจักร ที่ทำการทดสอบตัวยาดังกล่าวกับหนูดัดแปลงพันธุกรรมขึ้น เพื่อให้มียีนชนิดเดียวกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นยีนที่สามารถท่านทอดผ่านทางพันธุกรรมได้ เมื่อหนูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม ได้รับยารักษาเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าไป ตัวยาสามารถออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้เกิดกระบวนการผลิตฮอร์โมนสำคัญออกมา 3 ชนิด คือ กลูคากอน ลิงค์ เปปไทด์-1 (Glucagon-Like Peptide-1 – GLP-1), แกสตริค อินฮิบิตอรี โพลีเปปไทด์ (Gastric Inhibitory Polypeptide – GIP) และกลูคากอน (Glucagon) ซึ่งฮอร์โมนทั้งหมดนี้นอกจากช่วยรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้แล้ว ยังสามารถป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้เช่นกัน หนูทดลองที่รับสารจากยารักษาเบาหวาน…

รพ.ราชวิถี พัฒนานัวตกรรมผ่าตัดกระดูกสันหลังสำเร็จครั้งแรก

รพ.ราชวิถี พัฒนานัวตกรรมผ่าตัดกระดูกสันหลังสำเร็จครั้งแรก

รพ.ราชวิถี พัฒนานัวตกรรมผ่าตัดกระดูกสันหลังสำเร็จครั้งแรก             กลุ่มงานออร์โธปิดิกส์ จากโรงพยาบาลราชวิถี สามารถพัฒนาเทคนิคการรักษาโรคกระดูกสันหลังคดอย่างรุนแรง จนประผลสำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ด้วยวิธีผ่าตัดนำกระดูกสันหลงออกมาทั้งระดับ (Full Vertebral Column Resection) พร้อมกับมีการพัฒนาวิธีการรักษาโรคกระดูกสันหลังค่อมและยึดติด ด้วยเทกนิคผ่าตัดกระดูกสันหลังขนาดเล็ก  AS (Ankylosing Spondylitis) นับเป็นครั้งแรกในเอเชีย ซึ่งจัดเป็นการพัฒนาเทคนิคการรักษาโรคกระดูกสันหลังผิดรูป 2 กรณีของโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อยกระดับคุณภาพในการรักษาและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้ป่วย เทคนิคผ่าตัดกระดูกสันหลัง รักษาโรคกระดูกสันหลังคดมีจุดเด่นคือ “เวลาที่รวดเร็ว” ในกรณีที่เกิดโรคกระดูกสันหลังคดในเด็ก โดยมีสาเหตุมาจากโรคระบบประสาทท้าวปม ประกอบกับเคยเข้ารับการผ่าตัดด้ามเหล็ก แต่เกิดการหักของเหล็กที่ทำหน้าที่ยุดตรึงโครงกระดูกไว้ ส่งผลให้กระดูกไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ ทำให้เกิดอาการหลังโก่งคดอย่างรุนแรง จึงต้องได้การรักษาด้วยการผ่าตัดซ้ำอีกครั้ง สำหรับเด็กที่ต้องเผชิญกับโรคกระดูกสันหลัง โดยมีสาเหตุเกิดจาก เคยผ่านการผ่าตัดกระดูกสันหลังสำหนับดามเหล็ก แต่เมื่อเกิดการแตกหักของเหล็กที่มีหน้าที่ยึดกระดูกไว้ จนส่งผลให้กระดูกมี่เกิดการแตกหักของเหล็กไม่สามารถเชื่อมต่อกันอีกได้ จึงทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับโรคกระดูกสันหลังอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยกระดูกสันหลังคดอย่างรุนแรง จึงต้องเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง ด้วยการผ่าตัดกระดูกสันหลังเทคนิค Full Vertebral Column Resection ซึ่งเป็นการผ่าตัดปล้องข้อกระดูกสันหลังออกมาทั้งระดับ เพื่อสามารถจัดเรียงกระดูกสันหลังส่วนอื่น ๆ ให้เชื่อมต่อเข้าหากแนวปกติได้มากที่สุด สำหรับจุดเด่นของการผ่าตัดกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยกระดูกสันหลังคดครั้งนี้ หากนำมาเปรียบเทียบกับผลการรักษาจากต่างประเทศพบว่า สามารถให้เวลาในการผ่าตัดที่น้อยกว่า จึงทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อยมากและช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย…

นักวิทย์ฯพบยีนต้านมะเร็งในช้าง อาจนำมาใช้รักษาคนได้

นักวิทย์ฯพบยีนต้านมะเร็งในช้าง อาจนำมาใช้รักษาคนได้

นักวิทย์ฯพบยีนต้านมะเร็งในช้าง อาจนำมาใช้รักษาคนได้             ทีมนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยยูทาห์จากสหรัฐฯ ค้นพบยีนต้านมะเร็งในตัวช้างเป็นจำนวนหลายตัว ทำให้พวกมันมีอัตราการป่วยเป็นโรคมะเร็งต่ำมาก ซึ่งผลงานวิจัยชิ้นนี้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร “Journal of the American Medical Association” โดยทีมนักวิจัยที่ค้นพบยีนต้านมะเร็งได้อธิบายถึงเหตุผล ว่าเป็นเพราะอะไรช้างจึงมีอัตราป่วยเป็นมะเร็งต่ำกว่าในระดับที่ควรเป็น หากพิจารณาถึงขนาดร่างกายอันใหญ่โตของสัตว์กินพืชชนิดนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีความเชื่อกันว่า เซล์ทุกเซล์ในร่างกายสามารถกลายสภาพเป็นมะเร็งได้ เพราะยิ่งมีเซลล์เหล่านี้จำนวนมากเท่าไหร่ ก็พบความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ หากช้างมีเซลล์จำนวนมากกว่ามนุษย์ 100 เท่า นั้นหมายความว่าพวกช้างก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดเป็นมะเร็งมากขึ้นมากกว่าคน 100 เท่าเช่นเดียวกัน ยีนต้านมะเร็ง ทำให้พวกช้างมีโอกาศตายจากโรคมะเร็งต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ดีเอ็นเอของช้าง จนพบว่า พวกช้างมีอัตราการตายจากโรคมะเร็งในอัตราเพียง 5% เท่านั้น ขณะที่มนุษย์มีอัตราการตายจากโรคมะเร็งอยู่ที่ 25% จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมจึงไม่ค่อยเห็นช้างตายจากการป่วยเป็นโรคมะเร็งเลย ทีมนักวิจัยค้นพบกับความลับว่า พวกช้างมียีนต้านมะเร็งที่มีชื่อว่า T53 อยู่ถึง 20 ตัว ขณะเดียว ในร่างกายมนุษย์มียีนชนิดนี้เพียงแค่ 1 ตัวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ร่างกายของช้างสามารถตรวจจับเซลล์ที่เสียหาย พร้อมกับช่วยซ่อมแซม หรือฆ่าเซลล์มะเร็งได้มีประสิทธาภาพกว่ามนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ เตรียมตัวนำข้อมูลการค้นพบดังกล่าวไปใช้…

3 วิธี ดูแลรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ห่างใกลโรคกระดูกพรุน

3 วิธี ดูแลรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ห่างใกลโรคกระดูกพรุน

3 วิธี ดูแลรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ห่างใกลโรคกระดูกพรุน             “โรคกระดูพรุน” เกิดจากภาวะความหนาแน่นเนื้อกระดูกบางตัวลง เป็นผลมาจากการสร้างกระดูกน้อยกว่าการทำลายกระดูก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกหัก หรือยุบตัวได้ง่ายกว่าปกติ โดยแฉพาะอย่างยิ่งบริเวณกระดูกสันหลัก กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ โดยผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้น สามารถตรวจเจอโรคกระดูกพรุ่นได้บ่อยกว่าคนอายุน้อย หากเป็นโรคกระดูกพรุนและไม่เข้ารับการรักษากระดูกสันหลังอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดอาการปวดต่าง ๆ หรือภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ปวดหลัง กระดูกสันหลังยุบตัวลง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง กระดูกท่อนแขนและขาเปราะบางและแตกหักได้ง่าย ในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนบางราย อาจมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกข้อมือ กระดูกสโพก กระดูกสันหลัง ทำให้พิการหรือเดินไม่ได้ ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง ซึ่งการดูแลรักษากระดูกให้มีความแข็งแรงตั่งแต่เนิ่น ๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุ่นได้ 1.รักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง คนที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี เฉลี่ยแล้วต้องได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากอายุมากกว่า 50 ปี แคลเซียมที่ร่างกายควรได้รับอยู่ที่ 1,200 มิลลิกรัม ซึ่งแคลเซียมสามารถหามารับประทานได้ง่าย เช่น นม โยเกิร์ต ชิส…

นักวิจัยพบวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน

นักวิจัยพบวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน

นักวิจัยพบวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน             ผลการศึกษาที่จัดทำโดยนักวิจัยออสเตรเลียและจีน แสดงให้เห็นถึงวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำขนาดเล็กระดับนาโน สามารถนำมาใชเป็นตัวนำส่งและปล่อยยา เข้าไปในตำแหน่งที่การในบริเวณดวงตา เพื่อทำการบำบัดรักษาโรคจอประสาทเสื่อมตามอายุขัย ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการฉีดยาเข้าไปในดวงตาอยู่บ่อย ๆ โรควุ้นตาเสื่อมตามอายุนับเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ประชากรของประเทศพัฒนาแล้วสูญเสียการมองเห็น โดยผู้ป่วยส่วนมากล้วนเป็นผู้สูงวัย ที่ต้องเดินทางมาเข้ารับการฉีดยาเข้าในดวงตาเดือนละครั้ง ซึ่งการักษาโดยใช้อนุภาคทองคำระดับนาโนมาผสมเข้ากับอนุภาคทองคำระดับนาโน เพื่อช่วยเป็นตัวนำยาเข้าสู่ดวงตาผู้ป่วย ทำให้ไม่ต้องเดินทางมาพบแพทย์บ่อยครั้ง โดยอาจเปลี่ยนมาเป็นรับยาตามระยะเวลาที่เหมาะสมแทน เฉลี่ยแล้วทุกหกเดือน กระบวนการรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน ผลการศึกษาอนุภาคทองคำนาโน รักษาวุ้นตาเสื่อม ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Angewandte Chemie โดยเป็นผลงานของนักวิจัยจากสถาบัน CSIRO ของออสเตรเลีย ดำเนินการร่วมกับกลุ่มนักวิจัยอิสระจากจีน ด้วยการคิดค้นไฮโดรเจลผสมกับอนุภาคทองคำระดับนาโนขึ้นมา จนเกิดเป็นเจลขึ้นมา ซึ่งสามารถตอบสนองต่อแสงและอุณหภูมิที่แปลเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว แม้เพิ่มขึ้นไม่กี่องศาเซลเซียส เมื่อผู้ป่วยที่ทำการรักษาวุ้นตาเสื่อมด้วยวิธีนี้ลืมตาขึ้น แสงที่ส่องเข้าจะไปกระตุ้นให้เจลอ่อนตัวลง พร้อมกับปลดปล่อยยารักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมออกมา แต่เมื่อขาดแสงไปเจลจะเริ่มแข็งตัว จนกระทั่งหยุดการปล่อยตัวยาเข้าไปในดวงตาทันที สำหรับตัวยานั้น สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนาน ทันทีที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว อนุภาคทองคำนาโนรักษาวุ้นตาเสื่อม มีความปลอดภัยต่อผู้ป่วยสูง โยฮัน บาซูกิ หนึ่งทีมนักวิจัยของสถาบัน CSIRO เผยว่า อนุภาคทองคำขนาดเล็กระดับนาโนนี้ ไม่สามารถมองเห็นได้ ถึงแม้ส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เนื่องจากมีขนาดเล็กยิ่งกว่าเส้นผมของคนเราถึง 1000…

นักวิทย์ฯเผย DNA ฉลามขาว อาจเป็นหนทางช่วยรักษามะเร็งและโรคชะรา

นักวิทย์ฯเผย DNA ฉลามขาว อาจเป็นหนทางช่วยรักษามะเร็งและโรคชะรา

นักวิทย์ฯเผย DNA ฉลามขาว อาจเป็นหนทางช่วยรักษามะเร็งและโรคชะรา             ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ, นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโนวา เซาท์อีสเทิร์น ในรัฐฟอลริดาของประเทศสหรัฐฯ ร่วมกันถอดรหัสพันธุกรรมจำนวนทั้งหมด หรือจีโนม (Genome) ของฉลามขาว สำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก พร้อมกับนำไปเทียบกับจีโนมของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังชนิดอื่น รวมไปถึงฉลามวาฬ และมนุษย์ ความรู้ที่ได้จากผลการศึกษาครั้งนี้ อาจนำไปสู่หนทางรักษาโรคในมนุษย์ เช่น รักษามะเร็งและโรคชะรา โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ฉลามขาว (Great white shark) อาจกุมความลับของการมีชีวิตที่ยืนยาว เนื่องจากมีวิวัฒนาการทางพันธุกรรม ที่ช่วยปกป้องพวกมันจากโรคมะเร็ง DNA ฉลามขาว เกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งและโรคชะราอย่างไร? ผลการศึกษา DNA ฉลามขาว อาจเป็นหนทางช่วยรักษามะเร็งและโรคชะรา ที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ระบุว่า ฉลามขาวซึ่งมีจีโนมขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ถึง 1.5 เท่า มีการเปลี่ยนแปลงในลำดับ DNA ที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวในระดับโมเลกุล หรือเรียกว่า “การคัดสรรตามธรรมชาติ” ในยีนจำนวนหลายตัวนี้ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง…

กิจกรรมที่ควรทำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว

กิจกรรมที่ควรทำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว

กิจกรรมที่ควรทำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว             หลังจากผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวเสร็จสิ้น แล้วแพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยกลับมาพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้ ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกเกิดความสบายตัวมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับความแข็งแรงตัวผู้ป่วยเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากอยากกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ก็ควรทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ ควบคู่ไปด้วย เป็นเวลาติดต่อกัน 4 สัปดาห์ กิจกรรมสัปดาห์ที่ 1 หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว -ฝึกเดินในบริเวณบ้านเป็นประจำทุกวัน ฝึกให้บ่อยเท่าที่ทำได้ ด้วยการเพิ่มระยะทาง และเวลาขึ้นวันละเล็กน้อย ในช่วงนี้ผู้ป่วยห้ามลืมสวมอุปกรณ์พยุงหลังหรือคอ (Brace) และให้ใช้ไม้เท้าควบคู่ด้วย -ไม่ควรนั่งเป็นระยะเวลานานกว่า 20 นาที -เมื่อต้องขึ้นลงบันได ต้องเกาะราวบันไดทุกครั้ง -รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง -ดูแลแผลผ่าตัดอย่างถูกต้อง ตามคำแนะนำที่ได้รับจากแพทย์ กิจกรรมสัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว -ผู้ป่วยในช่วงนี้ สามารถเลือกทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้มากขึ้น เดินได้ไกลขึ้น เดินได้บ่อยขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็ยังคงต้องหยุดพักอย่างสม่ำเสมอ เมื่อรู้สึกเมื่อยหรือเพลีย -สามารถยกสิ่งของประเภทต่าง ๆ ได้บ้าง แต่ควรมีน้ำหนักไม่เกิน 2…

รวบรวมโรงพยาบาลเฉพาะทาง ที่มีหมอเก่งกระดูกสันหลัง

รวบรวมโรงพยาบาลเฉพาะทาง ที่มีหมอเก่งกระดูกสันหลัง

รวบรวมโรงพยาบาลเฉพาะทาง ที่มีหมอเก่งกระดูกสันหลัง 1.โรงพยาบาลหมอเก่งกระดูกสันหลัง เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ (S-spine and nerve hospital) “เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ” เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่มีหมอเก่งกระดูกสันหลังให้เลือกใช้บริการจำนวนมาก เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาทโดยตรง หากเป็นโรงพยาบาลแห่งอื่น ๆจะแบ่งเป็นแผนก เช่น แผนกอายุรกรรม แผนกกระดูก แตกต่างจากโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะ “เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ” เป็นโรงพยาบาลเดียวในประเทศไทย ที่เน้นหนักไปในเรื่องรักษาเรื่องโรงกระดูกสันหลังโดยตรง  สำหรับจุดเด่นของโรงพยาบาลแห่งนี้ คือ วิธีการรักษาที่ต้นเหตุ จึงสามารถรูถึงสาเหตุการเกิดที่แท้จริงของอาการ ว่ามันเกิดมาจากอะไรกันแน่ ส่วนแนวทางการรักษาก็มีหลากหลายแบบให้เลือก ไม่ใช่แค่การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น 2.โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ก็มีหมอเก่งกระดูกสันหลังเช่นเดียวกัน หากเป็นที่โรงพยาบาลศิริราช แทบไม่ต้องเป็นกังวลใดใดเลย เพราะโรงพยาบาลแห่งนี้ ขึ้นชื่อเรื่องการรักษาเกือบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกระดูกอยู่แล้ว ซึ่งการรักษานั้น ก็จะรวมกันทั้งในเรื่องของกระดูก เอ็น ข้อ กล้ามเนื้อไปจนถึงเส้นประสาทบางส่วน สำหรับโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์นั้น ถูกตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาลศิริราชอีกทีหนึ่ง แต่กระบวนการจรักษาแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ส่วนในเรื่องค่าใช้จ่ายและด้านบริการ ก็ยังคงเป็นเหมือนเอกชนอยู่…