เรื่องที่ต้องเผชิญ เมื่อคุณแม่ทำการผ่าคลอด

เรื่องที่ต้องเผชิญ เมื่อคุณแม่ทำการผ่าคลอด

เรื่องที่ต้องเผชิญ เมื่อคุณแม่ทำการผ่าคลอด             “ผ่าคลอด” เป็นวิธีการที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ นั่นเป็นเพราะแพทย์ส่วนใหญ่จะสงวนไว้ใช้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น อาทิ ไม่สามารถคลอดตามปกติได้เพราะลูกตัวใหญ่ หรืออยู่ในท่าทางที่ผิดปกติ เช่น หัวของลูกไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม นอกจากนี้คุณแม่ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือพบว่าลูกในท้องไม่ค่อยแข็งแรงมีความเสี่ยงที่จะขาดออกซิเจนระหว่างเจ็บท้องคลอด สำหรับกรณีเช่นนี้ คุณหมอก็จะเลือกใช้วิธีที่สุดนั่นคือวิธี ผ่าคลอด และที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้คือเรื่องจริงที่คุณแม่ต้องเจอ เมื่อเลือกคลอดลูกน้อยด้วยวิธีการผ่า ความปลอดภัยทั้งหมดถูกจะการันตีได้ 100% ก็ต่อเมื่อออกจากห้องผ่าคลอดแล้วเท่านั้น “ผ่าคลอด” เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงทั้งแม่และลูกในท้อง เพราะในทุกขั้นตอนการผ่าตัด แพทย์อาจยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่า ขั้นตอนการผัดตัดสำเร็จไปได้ด้วยดีหรือไม่ จึงต้องรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการก่อนแล้วเท่านั้น ที่สำคัญ ผู้หญิงที่ตัดสินในเลือกการผ่าคลอดโดยใช้วิธีบล็อกหลังนั้น สติสัมปชัญญะทั้งหมดนั้นยังคงมีอยู่ แต่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดใดใดทั้งสิ้นอันเนื่องมาจากฤทธิ์ยาชา จะรับรู้ได้เพียงการเคลื่อนไหวเข้าออกที่เกิดขึ้นภายในร่างกายระหว่างการผ่าตัดเท่านั้น แต่ก็ต้องยอมทนเพื่อให้ลูกน้อยได้มีโอกาสลืมตามาดูโลก ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพักฟื้นหลังผ่าคลอด เมื่อขั้นตอนผ่าคลอดสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จนสามารถให้กำเนิดลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยแล้ว จากนั้นจะเป็นช่วงวินาทีแห่งความปลาบปลื้มใจที่อาจทำให้กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่ทว่า เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเสมอ เพราะสิ่งที่คุณแม่ต้องเผชิญหลังจากช่วงเวลาเหล่านี้ คือ อาการเจ็บจากแผลผ่าตัดที่ต้องใช้เวลาพักฟื้นสักระยะหนึ่ง อีกทั้งยังต้องเผชิญกับสภาพร่างกายที่อาจเปลี่ยนแปลงไป จากรอยแผลเป็นของขั้นตอนการผ่าตัดที่ถูกประทับทิ้งไว้ที่หน้าท้อง ต้องมีสภาพจิตใจที่เข็มแข็งเมื่อเข้ารับการผ่าคลอด สำหรับวิธีผ่าคลอด บางคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องธรรมดา มองดูแล้วไม่ได้มีกระบวนการที่ซับซ้อนเท่าไหร่นัก ถือว่าคิดผิดแล้ว เพราะการผ่าตัดทำคลอดถือเป็นการผ่าตัดใหญ่อย่างหนึ่ง…