กิจกรรมที่ควรทำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว

กิจกรรมที่ควรทำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว

กิจกรรมที่ควรทำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว             หลังจากผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวเสร็จสิ้น แล้วแพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยกลับมาพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้ ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกเกิดความสบายตัวมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับความแข็งแรงตัวผู้ป่วยเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากอยากกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ก็ควรทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ ควบคู่ไปด้วย เป็นเวลาติดต่อกัน 4 สัปดาห์ กิจกรรมสัปดาห์ที่ 1 หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว -ฝึกเดินในบริเวณบ้านเป็นประจำทุกวัน ฝึกให้บ่อยเท่าที่ทำได้ ด้วยการเพิ่มระยะทาง และเวลาขึ้นวันละเล็กน้อย ในช่วงนี้ผู้ป่วยห้ามลืมสวมอุปกรณ์พยุงหลังหรือคอ (Brace) และให้ใช้ไม้เท้าควบคู่ด้วย -ไม่ควรนั่งเป็นระยะเวลานานกว่า 20 นาที -เมื่อต้องขึ้นลงบันได ต้องเกาะราวบันไดทุกครั้ง -รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง -ดูแลแผลผ่าตัดอย่างถูกต้อง ตามคำแนะนำที่ได้รับจากแพทย์ กิจกรรมสัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว -ผู้ป่วยในช่วงนี้ สามารถเลือกทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้มากขึ้น เดินได้ไกลขึ้น เดินได้บ่อยขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็ยังคงต้องหยุดพักอย่างสม่ำเสมอ เมื่อรู้สึกเมื่อยหรือเพลีย -สามารถยกสิ่งของประเภทต่าง ๆ ได้บ้าง แต่ควรมีน้ำหนักไม่เกิน 2…

เจ็บปวดน้อยลงได้ เมื่อเลือก “ฉีดซีเมนต์” รักษากระดูกสันหลังแตก

เจ็บปวดน้อยลงได้ เมื่อเลือก “ฉีดซีเมนต์” รักษากระดูกสันหลังแตก

เจ็บปวดน้อยลงได้ เมื่อเลือก “ฉีดซีเมนต์” รักษากระดูกสันหลังแตก             วิธีการรักษากระดูกสันหลังแตก ด้วยการฉีดซีเมนต์เข้าไปยึดกระดูกสันหลัง (Vertebroplasty / Kyphoplasty) จัดเป็นหนึ่งในวิธีรักษาภาวะกระดูกพรุนและภาวะกระดูกทรุด ไปจนถึงการเกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งวิธีรักษาแบบนี้ จะช่วยลดอาการปวดที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย พร้อมกับช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกสันหลังที่แตกหักหรือยุบ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ ภาวะแบบไหนบ้าง ที่สามารถรักษากระดูกสันหลังด้วยการฉีดซีเมนต์ได้ สำหรับการรักษากระดูกสันหลังแตกหรือยุบ โดยทั่วไปแล้ว มักเริ่มจากการนอนพัก กินหรือฉีดยาแก้ปวด (Conservative treatment) เป็นระยะเวลา 1 -2 สัปดาห์ หลังจากนั้น กระดูกสันหลังที่แตกก็สามารถเชื่อมติดกันได้เองภายในเวลา 2- 3 เดือน หรือถ้าผู้ป่วยที่มี ภาวะเส้นประสาท หรือไขสันหลังถูกกดเบียด จากชิ้นกระดูกที่แตกหัก กระดูกสันหลังเคลื่อน หรือกระดูกแตกยุบจากเนื้องอกกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนคนที่ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดนั้น หากตรวจพบว่า เข้ารับการรักษาโดยการนอนพัก และรับประทานยาแก้ปวด เป็นระยะเวลาหลายวันแล้วยังหายปวด พร้อมกับกระดูกสันหลังที่แตกยังไม่มีการเชื่อมติด เมื่อเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ บุคคลเหล่านี้ ควรได้รับการรักษาด้วยการการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง จึงจะมีความเหมาะสมที่สุด รักษากระดูกสันหลัง ด้วยการฉีดซีเมนต์ มีขั้นตอนทำงานอย่างไร สำหรับการรักษากระดูกสันหลัง…

รักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) ทางเลือกของคนไม่อยากผ่าตัดหมอนรองกระดูก

รักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) ทางเลือกของคนไม่อยากผ่าตัดหมอนรองกระดูก

รักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) ทางเลือกของคนไม่อยากผ่าตัดหมอนรองกระดูก             กระดูกสันหลังมีการเสื่อสภาพเป็นเรื่องปกติ จนอาจส่งผลให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกได้ นอกเหนือจากการเสื่อมสภาพตามอายุขัยแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ภาวะเสื่อมสลายของกระดูก เกิดขึ้นได้อย่างรวมเร็วกว่าเดิมด้วยเช่นกัน เมื่อกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อม ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญานเตือนให้รับรู้ ด้วยอาการ “ปวดหลัง” ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูกเสื่อมโทรม นอกเหนือจากอาการปวดหลังแล้ว ยังสามรถพบอาการผิดปกติของระบบประสาทส่วนร่วมอีกด้วย ได้แก่ แขนชา ขาชา ปวดตามข้อ ปวดตามปลายนิ้ว เสมือนโดนไฟช๊อต ทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากหมอนรองกระดูกที่เสื่อม หรือเคลื่อนตัวไปกดทับเส้นประสาท คนที่มีอายุน้อย มีสิทธิเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกได้ หลายคนมีความคิดว่าการผ่าตัดหมอนรองกระดูก ต้องเกิดแค่ในคนอายุเยอะ แต่ทว่า “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” จะพบได้ง่าย ในผู้ที่อายุยังไม่เยอะมาก จากนั้น พออายุเริ่มมากขึ้น หมอนรองกระดูกก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลงไปตามลำดับ ดังนั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีผู้ป่วยก็จะมีสภาพคล้ายผู้สูงอายุ ซึ่งหมอนรองกระดูกจะค่อย ๆ ทรุดตัว พร้อมกับเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทได้ ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย วิธีการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) โดยไม่ต้องผ่าตัดหมอนรองกระดูก สำหรับการรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อม ในเบื่องต้นก่อนตัดสินใจรักษาด้วยการผ่าดัด…

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ วิธีป้องกันด้วยตนเองก็ไม่ยาก

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ วิธีป้องกันด้วยตนเองก็ไม่ยาก

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ วิธีป้องกันด้วยตนเองก็ไม่ยาก             นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผย หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาให้หายขาดได้ ซึ่งภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  เกิดจากหมอนรองกระดูกที่อยู่บริเวณกระดูกสันหลังถูกทำลายจนเกิดความเสียหาย จนได้รับบาดเจ็บหรือกระดูกเสื่อม ส่งผลให้หมอนรองกระดูกแตกและกระดูกอ่อนส่วนที่อยู่ภายในหมอนรองกระดูกโผล่ออกมา ซึ่งภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาให้ขาดได้ ในผู้ป่วยทุกคน สำหรับคนที่มีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้น จะเริ่มมีอาการปวดเฉพาะที่ เช่น ปวดเอวด้านล่างลงไป จนถึงบริเวณสะโพก หรือต้นขาด้านหลัง หรือหากไปกดทับตรงเส้นประสาท ก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดร่วมกับอาการชา ทุกปัจจัยที่นำไปสู่การเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ทุกกรณี ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาให้หายขาดได้ทุกกรณี เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งมีปัจจัยเกิดจากมีน้ำหนักตัวมากเกินไป โดยเฉพาะบรรดาคนที่อ้วนลงพุง ส่งผลให้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมา ไปกดทับกระดูกสันหลังให้แอ่น ซึ่งกระดูกส่วนนี้ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักตลอดเวลา หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ ในกรณีที่เกิดจากความอ้วน ซึ่งสามารถทำได้หลานวิธี ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการรักษา ซึ่งแล้วแต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะกำหนดให้กับผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไป ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ เผยว่า ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาให้หายขาดได้ โดยในระหว่างการรักษานั้น ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการดีขึ้น หากผู้ป่วยได้รับการพักผ่อน ออกกำลังกาย และรับประทานยาบรรเทาอาการของโรค จะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ…

“ปลาโลมา” อาจช่วยรักษาเบาหวานได้ในอนาคต

“ปลาโลมา” อาจช่วยรักษาเบาหวานได้ในอนาคต

“ปลาโลมา” อาจช่วยรักษาเบาหวานได้ในอนาคต             จากผลการศึกษาพบว่า “โลมา” มีกลไกทางพันธุกรรม ที่อาจช่วยผู้วิจัยค้นพบวิธีรักษาเบาหวานประเภทที่ 2 หรือเบาหวานที่เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน นักวิทยาศาสตร์ประจำมูลนิธิสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ของสหรัฐฯ ระบุว่า “โลมาปากขวด” ดื้อต่ออินซูลินเหมือนกับมนุษย์ที่ป่วยเป็นเบาหวาน แต่แตกต่างกับมนุษย์ ตรงที่โลมาสามารถควบคุมให้เกิด หรือไม่ให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินได้ เลือดของโลมา มีคุณสมบัติในการรักษาเบาหวาน ทีมนักวิจัยผู้ค้นพบวิธีรักษาเบาหวานจากโลมา ได้เก็บตัวอย่างเลือดของโลมาที่เคยผ่านการฝึกฝน โดยโลมาจะได้รับอาหารกินต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พอตกกลางคืนก็จะงดการให้อาหาร จนค้นพบว่า การเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเลือดของโลมาเวลากลางคืน สิ่งเหล่านี้ คล้ายกับการเปลี่ยนแปลงเลือดในคนที่เป็นเบาหวาน และกำหาวิธีรักษาเบาหวานอยู่ เพราะสามารถตีความได้ว่า “อินซูลิน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนในร่างกาย ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด ไม่ได้ส่งผลต่อโลมาเมื่อพวกมันไม่ได้รับอาหารแต่อย่างใด ผลลัพธ์ของงานวิจัย โลมากับวิธีรักษาเบาหวาน ผลงานวิจัยโลมากับวิธีรักษาเบาหวาน แสดงให้เห็นว่า เมื่อถึงเวลากินอาหารเช้าของโลมา กลไกควบคุมระดับน้ำตาลในโลมา ได้ปรับเข้าสู่สภาวะที่ไม่ได้อดอาหาร ผลของการปรับกลไกควบคุมน้ำตาลโดยอัตโนมัติของโลมา ได้สร้างความประหลาดใจให้กับทีมวิจัยเป็นอย่างยิ่ง เป็นที่รู้กันดีว่า “อินซูลิน” ใช้รักษาเบาหวานได้ และดูเหมือนว่าภาวะดื้นอินซูลินในโลมา ดูแล้วมีประโยชน์ต่อพวกมันมากกว่าเป็นโทษ ทีมวิจัยยังได้อธิบายเพิ่มเติมว่า โลมาอาจมีวิวัฒนาการสภาพร่างกายให้สามารถควบคุมจัดการปริมาณปลา ที่พวกมันกินเข้าไป ซึ่งปลาเหล่านี้อุดมไปด้วยโปรตีนและมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ เตรียมนำความรู้ที่ได้มา ไปวิจัยทางการแพทย์เพื่อหาทางรักษาเบาหวานในมนุษย์ต่อไป ทีมนักวิจัยโลมากับวิธีรักษาเบาหวาน ระบุว่า…

หุ่นยนต์กายภาพบำบัด ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ

หุ่นยนต์กายภาพบำบัด ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ

หุ่นยนต์กายภาพบำบัด ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ             หุ่นยนต์ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด หนึ่งในนวัตกรรม ซึ่งสามารถตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุของไทย ที่กำลังเพิ่มขึ้นไปพร้อม ๆ กับการเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลบริการทางแพทย์ได้ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ยกตัวอย่าง ผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต ที่ต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง และต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด คนในครอบครัวก็สามารถค้นคว้าหาข้อมูล หรือสอบถามแพทย์ได้ตลอด 24 ชม. ไปจนถึงการนำหุ่นยนต์มาเข้าช่วยฝึกการเคลื่อนไหว ให้ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตนเองได้อีกครั้ง หุ่นยนต์กายภาพบำบัด จะเข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือการนำหุ่นยนต์กายภาพบำบัด เข้ามาช่วยในการเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ช่วยฝึกเดิน ช่วยฝึกการทำงานของแขนและขา เป็นต้น ซึ่งสามารถช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ภายใต้กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในเรื่องการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมด้านการแพทย์ หุ่นยนต์กายภาพบำบัดก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่จะเข้ามาช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากร ให้ก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุและยุคดิจิทัล ส่งผลให้มีความต้องการด้านการแพทย์ที่ต่างจากสมัยก่อน จากที่เคยเน้นไปเรื่องการตั้งรับ เปลี่ยนมาเป็นการบำบัดรักษาดูแลเชิงรุกแทน เพื่อป้องกันแทนรักษาและทำให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น หุ่นยนต์กายภาพบำบัด จึงแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สำหรับบริหารจัดการความต้องการ ในงานบริการด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ที่ต้องได้รับการดูแล ไปพร้อม ๆ กับการฟื้นฟูสมรรถภาพเฉพาะทาง สังคมผู้สูงอายุทั่วโลกเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการดูแลสุขภาพและทำกายภาพบำบัดมากขึ้น ภายในปี 2593…

นักวิจัยพบวิธีรักษามะเร็งและโรคหวัด ด้วยโปรตีนยับยั้งไวรัส

นักวิจัยพบวิธีรักษามะเร็งและโรคหวัด ด้วยโปรตีนยับยั้งไวรัส

นักวิจัยพบวิธีรักษามะเร็งและโรคหวัด ด้วยโปรตีนยับยั้งไวรัส             สำหรับวิธีการรักษามะเร็งและโรคหวัด ด้วยโปรตีนยับยั้งไวรัส ที่ถูกค้นพบโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสกอตแลนด์ตะวันตกของสหราชอาณาจักร มีความสามารถยับยั้งการแพร่กระจายตัวของเชื้อไวรัส รวมทั้งขัดขวางการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้ โปรตีนที่ใช้รักษามะเร็งและโรคหวัดดังกล่าวมีชื่อว่า HIRA ที่ถูกผลิตขึ้นจากหน่วยพันธุกรรมหรือยีนชื่อเดียวกัน ตัวอย่างผลทดลองเมื่อ 3 ปีก่อน พบว่า โปรตีนชนิดนี้ สามารถหยุดยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้ โปรตีน HIRA เกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งอย่างไร? ผู้นำทีมนักวิจัย เผยถึงกระบวนการรักษามะเร็งด้วยโปรตีน HIRA ว่า ในระหว่างการทดลองเรื่องเซลล์มะเร็งทุกครั้ง โดยการใช้เชื้อไวรัสนำยีนผ่าเหล่าเข้าไปในเซลล์ร่างกาย ตัวโปรตีน HIRA จะมีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งตอบสนองตลอด เริ่มทำการตรวจสอบจนค้นพบว่า โปรตีนดังกล่าวมีบทบาทต่อการแพร่กระจายและพฤติกรรมของไวรัสในร่างกายหรือไม่ ผลการทดลองรักษามะเร็งด้วยโปรตีน HIRA ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Nucleic Acids Research โดยระบุว่า ได้ใช้วิธีเพาะพันธุ์หนูทดลองชนิดพิเศษ ซึ่งนักวิจัยสามารถบังคับให้ยีน HIRA ของหนูทดลองหยุดทำงานได้ แต่ทว่าหลังจากนั้น กลับพบหนูกลุ่มนี้ติดเชื้อโรคเริมซึ่งเป็นเชื้อไวรัสได้ง่ายกว่าเดิม การค้นพบวิธีรักษามะเร็งในครั้งนี้ สั่นสะเทือนวงการแพทย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีการรักษามะเร็งรวมถึงโรคหวัดและโรคอื่น ๆ  ด้วยเชื้อไวรัสโดยตรง อย่างไรก็ตาม การค้นพบครั้งนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองเท่านั้น อาจต้องใช้เวลาศึกษาทำความข้าใจเพิ่มเติมอีกหลายปี…

เทรนด์การแพทย์ที่ควรจับตามองอย่างยิ่ง ประจำปี 2018

เทรนด์การแพทย์ที่ควรจับตามองอย่างยิ่ง ประจำปี 2018

เทรนด์การแพทย์ที่ควรจับตามองอย่างยิ่ง ประจำปี 2018             ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วทำให้ใครหลายคนก้าวตามแทบตามไม่ทัน มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย ทั้งวิทยาการใหม่ อาชีพใหม่ ๆ ที่ไม่คิดว่าจะมี ในขณะเดียวกันหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้ก็กำลังจะสูญสลายไป เช่นเดียวกับวิทยาการทางการแพทย์ที่คงยังก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะยั้งแต่อย่างใด โดยเฉพาะในปี 2018  ก็มีความก้าวหน้าทางการแพทย์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นเยอะมากมาย ซึ่งเทรนด์การแพทย์ที่น่าสนใจและควรจับตามองก็จะมีดังต่อไปนี้ ยาที่ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษ สำหรับรักษาบุคคลเพียงคนเดียวเท่านั้น Personalized Medicine โดยปกติแล้ว เมื่อแพทย์เจอคนไข้ที่เป็นเบาหวาน ก็จะให้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือไม่เช่นนั้นก็ฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ทำร่วมไปกับการบอกให้คนไข้ควบคุมอาหาร ซึ่งวิธีการรักษาแบบนั้นอาจได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง แต่หากเราสามารถวิเคราะห์ได้ว่า เบาหวานที่เกิดกับคนไข้รายนั้นเกิดจากความผิดปกติของยีนส์ชนิดใด ก็ทำให้ผลิตยาขึ้นมาเพื่อรักษาไปที่ยีนตัวนั้นโดยตรงเลย การทำแบบนี้จะตรงประเด็นกว่าการให้ยาคุมน้ำตาล ซึ่งเป็นการควบคุมที่ปลายเหตุ การรักษาด้วยวิธี Gene Therapy ถึงดูจะห่างใกลความเป็นจริง แต่เนื่องจากวิทยาการต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาก้าวหน้าไปมากมายแบบก้าวกระโดด การตรวจแล็บต่าง ๆ จึงทำได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นและมีราคาถูกลงมากกว่าเดิม ทำให้เรื่องยาพิเศษสำหรับคนไข้แต่เพียงผู้เดียวจึงไม่ใช่เรื่องใกลตัวอย่างที่คิด ระบบติดตามการรับประทานยาของผู้ป่วย Pill Sensor System มีผู้สูงอายุบางท่าน…

เครื่อง Thermage รุ่น CPT กระชับสัดส่วนระดับเวิลด์คลาสผู้เชี่ยวชาญ

เครื่อง Thermage รุ่น CPT กระชับสัดส่วนระดับเวิลด์คลาสผู้เชี่ยวชาญ เครื่อง Thermage รุ่น CPT เครื่องแรกที่ได้มีการนำเข้ามาในประเทศไทย โดยศูนย์รวมความงามพรรณทิพย์คลินิก ซึ่งคลินิกแห่งนี้ได้รับการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ทั้งทางด้านการกระชับสัดส่วนในระดับเวิลด์คลาส การดูแลบำรุงรักษาผิวพรรณ การลดเลือนริ้วรอย ปรับรูปหน้า หรือการกระชับใบหน้าด้วยเทคโนโลยีและวิทยาการที่มีความทันสมัย เทคโนโลยีที่เรียกกันว่าเครื่องเทอร์มาจ หรือ Thermage รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ สามารถตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการแก่ผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพผิวเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เด่นชัดในเรื่องของการรักษาฟื้นฟูสุขภาพผิว ซึ่งสามารถรักษาผิวที่มีริ้วรอย ใบหน้าขาดความกระชับเข้ารูป ปรับใบหน้าเรียวเพื่อให้ใบหน้ามีความกระชับตัวมากยิ่งขึ้น สำหรับบางคนที่ได้รับการรักษาสุขภาพผิวบนใบหน้าด้วยเครื่อง Thermage รุ่น CPT สามารถพบกับใบหน้าที่มีความนุ่ม เรียบเนียน และผิวหน้าดูอ่อนวัยกว่าคนที่มีอายุใกล้เคียงกัน เนื่องจากมีผู้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีให้กับเครื่อง Thermage จนสามารถสร้างการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังของเราได้อย่างปลอดภัย   Thermage กับการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง จริงอยู่ที่ร่างกายของคนเราสามารถผลิตคอลลาเจนด้วยตัวเองได้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปอายุที่เพิ่มมากขึ้นจนถึงช่วงวัยที่ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง หรือร่างกายอาจจะไม่สามารถสร้างคอลลาเจนได้ด้วยตัวมันเอง การทำ Thermage จึงเข้ามาช่วยในเรื่องการฟื้นฟูบำรุงสุขภาพผิวของเราให้คงอยู่ต่อไป ด้วยการกระตุ้นหรือเสริมสร้างคอลลาเจนจากภายในสู่ภายนอกของร่างกาย และยังซ่อมแซมผิวให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิทยาการในการบำรุงรักษาสุขภาพผิวบนใบหน้า สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะว่าผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย แห้งเหี่ยว ไม่ตึงกระชับ หน้าบวมไม่เข้ารูปต่างๆ เกิดจากคอลลาเจนภายในร่างกายของเราซึ่งเริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ดังนั้น…

ต้านมะเร็งด้วยอสุจิ

ขนส่งยาต้านมะเร็งด้วยอสุจิ

ปัจจุบันหากมีการพูดถึงการรักษามะเร็ง จะนึกถึงการทำเคมีบำบัดเพื่อจัดการกับก้อนเนื้อร้ายที่เติบโตภายในร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าการที่รับยาเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านการกินหรือเจาะสายน้ำเกลือจะทำให้ยาหมุนเวียนไปตามกระแสเลือดทั่วร่างกายและทำให้ออกฤทธิ์ไปกับเซลล์อื่นๆด้วย ทำให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงค่อนข้างมาก เช่น ผมร่วง อาเจียน คลื่นไส้ ซูบผอม ไม่มีแรง ยิ่งไปกว่านั้นยาที่เข้าสู่ร่างกายอาจจะไม่สามารถที่จะออกฤทธิ์กับก้อนเนื้อร้ายได้ แต่ออกฤทธิ์กับเซลล์ที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน ซึ่งอาจทำให้การรักษามะเร็งไม่หายขาด                 จึงทำให้มีนักวิจัยมุ่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับระบบนำส่งยาเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายโดยตรงมากขึ้นด้วยการใช้นาโนเทคโนโลยีซึ่งทำให้นักวิจัยสังเคราะห์โมเลกุล ที่มีรูปทรงตามที่ต้องการได้ โดยโมเลกุลจะทำหน้าที่เป็นแคปซูลยาชนิดพิเศษที่รักษาระดับความเข้มข้นของตัวยาไม่ให้เจือจางในกระแสเลือดก่อนที่จะถึงเป้าหมาย โดยก่อนหน้านี้มีการทดลองใช้เซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว หรือแม้กระทั่งแบคทีเรีย ที่มีตัวยาอัดอยู่ข้างในผลที่ออกมาถือว่าเป็นผลดีในระดับหนึ่ง แต่ยังติดปัญหาเรื่องเซลล์ที่เข้าไปเหล่านี้ไม่มีภูมิคุ้มกันให้เกิดการทำงานขึ้นมาโดยไม่จำเป็น จึงทำให้มีการตระหนักถึงเซลล์ที่มีอยู่ชนิดหนึ่งที่สามารถเคลื่อนที่เองได้ และสามารถไปยังเป้าหมายที่ชัดเจนได้ทุกครั้งที่ออกเดินทาง นั่นคือ อสุจิ! ใช่แล้วนักวิทยาศาสตร์ได้เกิดไอเดียที่จะใช้อสุจิเป็นตัวช่วยขนส่งยาผ่านทางช่องคลอดเพื่อรักษาโรคทางนรีเวชให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น โดยทีมวิจัยจะเลือกใช้อสุจิของวัว เนื่องจากมีขนาดใกล้เคียงกับของมนุษย์ และเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนกับมนุษย์ และส่วนของเซลล์มะเร็งนักวิจัยเลือกใช้เซลล์มะเร็งปากมดลูก ซึ่งนักวิจัยได้ปล่อยอสุจิลงไปแหวกว่ายในยาต้านมะเร็งด็อกโซรูบิซิน เพื่อที่จะให้หัวของอสุจิที่มีดีเอ็นเอซึมซับตัวยาเข้าไป เพราะยาจะสามารถจับโมเลกุลอย่างดีเอ็นเอได้ดี สิ่งที่ยากที่สุดคือการควบคุมอสุจิไม่ให้แหวกว่ายไปมั่วๆ จึงทำให้ต้องสร้างบังเหียนระดับนาโนโดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติชนิดพิเศษ ทำการสร้างบังเหียนโพลิเมอร์ แล้วนำไปเคลือบด้วยโลหะเช่น เหล็กและไทเทเนียม ที่ต้องเคลือบด้วยโลหะเพราะจะต้องใช้สนามแม่เหล็กเพื่อควบคุมทิศทางของอสุจิจากภายนอกร่างกาย และบังเหียนยังมีกลไกปล่อยยาออกมาจากอสุจิเมื่อเดินทางไปถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว                 สำหรับการวิจัยในครั้งนี้จะยังมีการต่อยอดเพิ่มเติม เพราะการวิจัยนี้ได้พิสูจน์ว่าอสุจิสามารถหลอมรวมเข้ากับเซลล์อื่นๆได้นอกเหนือจากเซลล์ไข่ ทำให้เกิดแนวคิดว่าต่อไปอาจจะใช้อสุจิเป็นตัวนำส่งสารพันธุกรรมสำหรับการรักษาโรคอื่นๆและบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก