“ปลาโลมา” อาจช่วยรักษาเบาหวานได้ในอนาคต

“ปลาโลมา” อาจช่วยรักษาเบาหวานได้ในอนาคต

            จากผลการศึกษาพบว่า “โลมา” มีกลไกทางพันธุกรรม ที่อาจช่วยผู้วิจัยค้นพบวิธีรักษาเบาหวานประเภทที่ 2 หรือเบาหวานที่เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน นักวิทยาศาสตร์ประจำมูลนิธิสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ของสหรัฐฯ ระบุว่า “โลมาปากขวด” ดื้อต่ออินซูลินเหมือนกับมนุษย์ที่ป่วยเป็นเบาหวาน แต่แตกต่างกับมนุษย์ ตรงที่โลมาสามารถควบคุมให้เกิด หรือไม่ให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินได้

เลือดของโลมา มีคุณสมบัติในการรักษาเบาหวาน

ทีมนักวิจัยผู้ค้นพบวิธีรักษาเบาหวานจากโลมา ได้เก็บตัวอย่างเลือดของโลมาที่เคยผ่านการฝึกฝน โดยโลมาจะได้รับอาหารกินต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พอตกกลางคืนก็จะงดการให้อาหาร จนค้นพบว่า การเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเลือดของโลมาเวลากลางคืน

สิ่งเหล่านี้ คล้ายกับการเปลี่ยนแปลงเลือดในคนที่เป็นเบาหวาน และกำหาวิธีรักษาเบาหวานอยู่ เพราะสามารถตีความได้ว่า “อินซูลิน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนในร่างกาย ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด ไม่ได้ส่งผลต่อโลมาเมื่อพวกมันไม่ได้รับอาหารแต่อย่างใด

ผลลัพธ์ของงานวิจัย โลมากับวิธีรักษาเบาหวาน

ผลงานวิจัยโลมากับวิธีรักษาเบาหวาน แสดงให้เห็นว่า เมื่อถึงเวลากินอาหารเช้าของโลมา กลไกควบคุมระดับน้ำตาลในโลมา ได้ปรับเข้าสู่สภาวะที่ไม่ได้อดอาหาร ผลของการปรับกลไกควบคุมน้ำตาลโดยอัตโนมัติของโลมา ได้สร้างความประหลาดใจให้กับทีมวิจัยเป็นอย่างยิ่ง

เป็นที่รู้กันดีว่า “อินซูลิน” ใช้รักษาเบาหวานได้ และดูเหมือนว่าภาวะดื้นอินซูลินในโลมา ดูแล้วมีประโยชน์ต่อพวกมันมากกว่าเป็นโทษ ทีมวิจัยยังได้อธิบายเพิ่มเติมว่า โลมาอาจมีวิวัฒนาการสภาพร่างกายให้สามารถควบคุมจัดการปริมาณปลา ที่พวกมันกินเข้าไป ซึ่งปลาเหล่านี้อุดมไปด้วยโปรตีนและมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ

เตรียมนำความรู้ที่ได้มา ไปวิจัยทางการแพทย์เพื่อหาทางรักษาเบาหวานในมนุษย์ต่อไป

ทีมนักวิจัยโลมากับวิธีรักษาเบาหวาน ระบุว่า ในเมื่อสมองของโลมาและมนุษย์มีขนาดใหญ่พอกัน ก็มีความหวังจะนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาโลมา ไปใช้ในการวิจัยทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคเบาหวานในมนุษย์ พร้อมกับหาวิธีไขปริศนาจากแผนที่หน่วยพันธุกรรมของโลมา ซึ่งสามารถนำมาใช้เทียบเคียงกับแผนที่หน่วยพันธุกรรมในมนุษย์ได้ โดยทีมนักวิจัยเชื่อว่ากลไกการเปิด-ปิดสวิตซ์ควบคุมระดับอินซูลินในโลมา ก็น่าจะมีอยู่ในตัว มนุษย์ด้วยเช่นเดียวกัน

สำหรับโลมาปากขวด ถือว่ามีสมองขนาดใหญ่ จึงต้องการน้ำตาลไปหล่อเลี้ยง ดังนั้น เมื่อพวกมันกินแต่อาหารที่มีน้ำตาลต่ำ จึงต้องมีกลไกเพื่อรักษาน้ำตาลในเลือด เพื่อนำไปหล่อเลี้ยงสมองอย่างเพียงพอ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น แมวน้ำ ที่ไม่มีกลไกชนิดเดียวกับโลมา ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะโลมามีสมองใหญ่