โอเมก้า 3 ประโยชน์สำหรับร่างกาย

              โอเมก้า 3 มีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะมีสรรพคุณเกี่ยวกับการช่วยบำรุงสมอง ความจำดี ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และมีคุณประโยชน์มากมายหลายประการ โดยโอเมก้า 3 จะพบได้มากในไขมันปลาน้ำลึก ซึ่งกรดไขมันดังกล่าวเป็นกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวสูง เป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับร่างกายที่ร่างกายไม่สามารถขาดได้ แต่สำหรับสตรีและเด็กควรบริโภคไขมันปลาในปริมาณที่จำกัด

                ทำไมร่างกายจึงต้องการ โอเมก้า 3 ตามข้อมูลทางวิชาการไขมันที่ร่างกายต้องนำไปใช้ คือ โอเมก้า 3,6,9 ซึ่งเป็นไขมันที่ร่างกายต้องการ นั่นก็คือโอเมก้า 3 เพราะช่วยเกี่ยวกับการป้องกันโรคหัวใจ และ โรคสมองเสื่อม และยังมีการค้นพบอีกว่า โอเมก้า 3 สามารถลดอาการอักเสบของโรคข้ออักเสบได้ ซึ่งไขมันดังกล่าวอยู่ในจำพวกปลาทะเล แต่ก็ยังมีอยู่ในอาหารหลายๆชนิด เช่น ถั่วเหลือง ผักโขม ผักแขนง เมล็ดปอ และสาหร่าย แต่โอเมก้า 3 ดังกล่าวจะไม่ใช่รูปแบบเดียวกันที่อยู่กับปลา โอเมก้า 3 ที่อยู่ในปลาจะถูกทำลายเมื่อนำไปประกอบอาหารด้วยความร้อนสูง เช่น วิธีการทอด เพราะสารดังกล่าวจะละลายไปกับน้ำมันที่ใช้ทอดจนเกือบหมด ถ้าหากต้องการได้รับสารโอเมก้ามากที่สุดจะต้องทำการ ยำ ต้ม หรือแกง เพราะโอเมก้า3 จะละลายอยู่ในน้ำซุปและน้ำแกง ปลาที่มีโอเมก้าสูงนั่นก็คือปลาทูและปลาแซลม่อน
ปลาทูเป็นปลาน้ำลึกจะอาศัยอยู่ในทะเลอ่าวไทย โดยในเนื้อปลาทูจะมีโอเมก้า 3 ค่อนข้างมาก โดยเนื้อปลาทู 100กรัมมีสารโอเมก้า 3 ประมาณ 2-3 กรัม ซึ่งมีความเพียงพอต่อร่างการที่ต้องการโอเมก้า 3 ประมาณวันละ 3 กรัมต่อวัน

                แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีข้อควรระวังเกี่ยวกับการกินปลาเพราะการกินปลาที่มีโอเมก้า 3 ในปริมาณมากๆจะทำให้ลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือด ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเลือดที่ไหลไม่หยุดหรือเลือดออกแล้วหยุดยาก โดยเฉพาะหากมีการกินร่วมกับยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพรินหรือโคลพิโดเกรล ดังนั้นหากจะกินก็ต้องอยู่ในปริมาณที่พอดีจึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง