เทรนด์การแพทย์ที่ควรจับตามองอย่างยิ่ง ประจำปี 2018

เทรนด์การแพทย์ที่ควรจับตามองอย่างยิ่ง ประจำปี 2018

            ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วทำให้ใครหลายคนก้าวตามแทบตามไม่ทัน มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย ทั้งวิทยาการใหม่ อาชีพใหม่ ๆ ที่ไม่คิดว่าจะมี ในขณะเดียวกันหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้ก็กำลังจะสูญสลายไป เช่นเดียวกับวิทยาการทางการแพทย์ที่คงยังก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะยั้งแต่อย่างใด โดยเฉพาะในปี 2018  ก็มีความก้าวหน้าทางการแพทย์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นเยอะมากมาย ซึ่งเทรนด์การแพทย์ที่น่าสนใจและควรจับตามองก็จะมีดังต่อไปนี้

ยาที่ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษ สำหรับรักษาบุคคลเพียงคนเดียวเท่านั้น Personalized Medicine

โดยปกติแล้ว เมื่อแพทย์เจอคนไข้ที่เป็นเบาหวาน ก็จะให้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือไม่เช่นนั้นก็ฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ทำร่วมไปกับการบอกให้คนไข้ควบคุมอาหาร ซึ่งวิธีการรักษาแบบนั้นอาจได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง แต่หากเราสามารถวิเคราะห์ได้ว่า เบาหวานที่เกิดกับคนไข้รายนั้นเกิดจากความผิดปกติของยีนส์ชนิดใด ก็ทำให้ผลิตยาขึ้นมาเพื่อรักษาไปที่ยีนตัวนั้นโดยตรงเลย การทำแบบนี้จะตรงประเด็นกว่าการให้ยาคุมน้ำตาล ซึ่งเป็นการควบคุมที่ปลายเหตุ

การรักษาด้วยวิธี Gene Therapy ถึงดูจะห่างใกลความเป็นจริง แต่เนื่องจากวิทยาการต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาก้าวหน้าไปมากมายแบบก้าวกระโดด การตรวจแล็บต่าง ๆ จึงทำได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นและมีราคาถูกลงมากกว่าเดิม ทำให้เรื่องยาพิเศษสำหรับคนไข้แต่เพียงผู้เดียวจึงไม่ใช่เรื่องใกลตัวอย่างที่คิด

ระบบติดตามการรับประทานยาของผู้ป่วย Pill Sensor System

มีผู้สูงอายุบางท่าน ที่ตอนอยู่บ้านแล้วหยิบยากินเอง แต่ก็เกิดความกังวลใจว่าพวกท่านได้กินยาไปบ้างหรือเปล่า เกิดอาการหลงลืมหยิบมากินซ้ำบ้างไหม ด้วยเหตนี้เอง ทำให้ต้นปี 2018 องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเกิดความเห็นชอบอนุมัติให้สามารถใช้เครื่องมือติดตามการกินยา หรือ Pill Sensor System ได้แล้วอย่างเป็นทางการ

โดยจะเริ่มต้นจากยาในกลุ่มจิตเวชก่อน ซึ่งจะมีการใส่ Metal Sensor Tract System ลงไปในเม็ดยา ทำให้เมื่อคนไข้กินยาเข้าไปแล้ว ตัวเซนเซอร์จะไปสัมผัสเข้ากับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร จากนั้นจะส่งข้อมูลไปยังระบบติดตามผล จึงสามารถช่วยให้คนไข้ คนดูแล รวมถึงทีมแพทย์ เฝ้าติดตามการกินยาของคนไข้โดยอาศัยดูจากโทรศัพท์มือถือได้เลยทันที ซึ่งในอนาคตต่อหากพบว่าได้ผลตอบรับทีดี เชื่อว่าจะมีบริษัทยาอีกหลากหลายแห่ง ได้นำเอาเทคโนโลยีนี้ไปช่วยในการผลิตยา ทำให้สามารถติดตามการกินยาของคนไข้ได้อย่างแม่นยำมากขึ้นมากยิ่งขึ้นนั่เอง