รักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) ทางเลือกของคนไม่อยากผ่าตัดหมอนรองกระดูก

รักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) ทางเลือกของคนไม่อยากผ่าตัดหมอนรองกระดูก

            กระดูกสันหลังมีการเสื่อสภาพเป็นเรื่องปกติ จนอาจส่งผลให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกได้ นอกเหนือจากการเสื่อมสภาพตามอายุขัยแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ภาวะเสื่อมสลายของกระดูก เกิดขึ้นได้อย่างรวมเร็วกว่าเดิมด้วยเช่นกัน

เมื่อกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อม ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญานเตือนให้รับรู้ ด้วยอาการ “ปวดหลัง” ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูกเสื่อมโทรม นอกเหนือจากอาการปวดหลังแล้ว ยังสามรถพบอาการผิดปกติของระบบประสาทส่วนร่วมอีกด้วย ได้แก่ แขนชา ขาชา ปวดตามข้อ ปวดตามปลายนิ้ว เสมือนโดนไฟช๊อต ทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากหมอนรองกระดูกที่เสื่อม หรือเคลื่อนตัวไปกดทับเส้นประสาท

คนที่มีอายุน้อย มีสิทธิเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกได้

หลายคนมีความคิดว่าการผ่าตัดหมอนรองกระดูก ต้องเกิดแค่ในคนอายุเยอะ แต่ทว่า “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” จะพบได้ง่าย ในผู้ที่อายุยังไม่เยอะมาก จากนั้น พออายุเริ่มมากขึ้น หมอนรองกระดูกก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลงไปตามลำดับ ดังนั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีผู้ป่วยก็จะมีสภาพคล้ายผู้สูงอายุ ซึ่งหมอนรองกระดูกจะค่อย ๆ ทรุดตัว พร้อมกับเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทได้ ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

วิธีการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) โดยไม่ต้องผ่าตัดหมอนรองกระดูก

สำหรับการรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อม ในเบื่องต้นก่อนตัดสินใจรักษาด้วยการผ่าดัด แพทย์จะรักษาไปตามอาการก่อน แต่พากพบว่า อาการยังไม่ดีขึ้นก็จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยทุกวันนี้ นอกจากการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกแล้ว ยังมีเทคโนโลยีการรักษาที่มีเชื่อเรียกว่า นิวคลีโอพลาสตี้ (Nucleoplasty) ที่จะเข้ามาช่วยในการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด

นิวคลีโอพลาสตี้ (Nucleoplasty) เป็นการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดหมอนรองกระดูก ด้วยการใช้เข็มขนาดเล็ก สอดเข้าไปในหมอนรองกระดูกจุดที่มีปัญหา จากนั้นทำการปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ ส่งผลให้เกิดความร้อนที่ปลายเข็ม ที่เข้าไปสลายหมอนรองกระดูกที่เกินหรือยื่นออกมา ไม่ให้กดทับเส้นประสาท

เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว จะทำให้อาการปวดหลังหายไปโดยไม่ต้องผ่าตัดหมอนรองกระดูก โดยจะมีแผลขนาดเล็กเพียง 3 รูเท่านั้น ที่เกิดจากถูกเข็มแทงลงไปเท่านั้น จัดเป็นการรักษาโดยที่ไม่ต้องใช้ยาสลบแต่อย่างใด ผู้ป่วยจึงฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว.