กลิ่นปาก 01

ปัญหากลิ่นปาก แก้อย่างไรจึงจะหาย?

สาเหตุของกลิ่นปาก ส่วนใหญ่เกิดจากเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามซอกฟัน บริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก หรือในรูฟันผุ ซึ่งจะมีเศษอาหารเน่าอยู่ รวมทั้งแผ่นคราบฟันและหินปูนที่อยู่รอบๆฟัน ซึ่งเป็นที่เก็บกักและสะสมเชื้อโรคต่างๆ บางคนพบว่าเหงือกเป็นหนองจากโรคปริทันต์ หรือมีฟันโยก อาหารบางชนิดเมื่อรับประทานจะมีกลิ่นขับออกมาทางลมหายใจ เช่น หัวหอม กระเทียม ทุเรียน ผู้ที่ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ หรือท้องผูกหลายๆ วัน ก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ รวมทั้งผู้ป่วยโรคทางร่างกายบางอย่าง เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง วัณโรค โรคปอด และโรคระบบทางเดินอาหาร

ส่วนสาเหตุจากภายนอกช่องปาก พบได้ค่อนข้างน้อย เพียงร้อยละ 10 ส่วนใหญ่เป็นปัญหามาจากความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ หรือระบบทางเดินอาหารส่วนบน เช่น โรคไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ โรคกรดไหลย้อน เป็นต้น คราบจุลินทรีย์บนลิ้น (ฝ้าสีขาว) เป็นแหล่งกำเนิดหลักของกลิ่น เนื่องจากลิ้นมีพื้นที่ผิวสัมผัสมากกว่าอวัยวะอื่นๆ ในช่องปาก ประกอบกับพื้นผิวของลิ้นเป็นช่องหรือซอกที่ทำให้เกิดสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย เหมาะกับการสะสมและเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และร่องหรือซอกลิ้นยังปกป้องแบคทีเรียจากการชะล้างของน้ำลาย นอกจากนี้ ลิ้นยังสามารถรับสารอาหารที่ผ่านเข้ามาในช่องปากได้ง่าย ซึ่งสารอาหารจะถูกย่อยสลายจนเกิดก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น

การทดสอบกลิ่นเบื้องต้น

1. การทดสอบกลิ่นด้วยตนเอง
สามารถทำได้โดยใช้ช้อนพลาสติกเล็กๆขูดด้านบนของลิ้น หรือใช้ไหมขัดฟันชนิดไม่เคลือบแว็กซ์ผ่านลงไปที่บริเวณซอกฟันด้านในแล้วดมกลิ่น ซึ่งถ้าสงสัยว่าตนเองมีกลิ่นชนิดมีพยาธิสภาพจริงหรือไม่ และเกิดจากสาเหตุใดเพื่อหาทางกำจัดหรือรักษาพยาธิสภาพนั้น

2. การทดสอบกลิ่นด้วยเครื่องมือ
มีหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและสามารถวัดปริมาณของก๊าซที่เป็นสาเหตุกลิ่น ได้คือ เครื่อง Simplified Gas Chromatograph ซึ่งเหมาะกับการวินิจฉัย และติดตามการรักษา

กลิ่นปาก 02

วิธีแก้ปัญหากลิ่นปาก

– อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะเมื่อปากแห้งความเข้มข้นของแบคทีเรียในปากจะเพิ่มมาก ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย
– ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย
– แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร และอย่างลืมแปรงด้านบนของลิ้น อันเป็นที่เกิดของแบคทีเรียด้วย
– ใช้ไหมขัดฟันวันละ 2-3 ครั้ง
– ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปาก
– เคี้ยวหมากฝรั่งชนิดที่ไม่มีน้ำตาล
– เคี้ยวใบผักชีฝรั่งหรือกานพลูหลังมื้ออาหาร
– งดอาหารกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หอมใหญ่ พริกไทย และเนยแข็ง
– หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก
– กินอาหารให้ครบหมู่ แม้ว่าคุณจะกำลังลดความอ้วนอยู่ก็ตาม
– เลิกสูบบุหรี่
– ตรวจสุขภาพฟันสม่ำเสมอ

Leave a Reply