3 วิธี ดูแลรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ห่างใกลโรคกระดูกพรุน

3 วิธี ดูแลรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ห่างใกลโรคกระดูกพรุน

3 วิธี ดูแลรักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ห่างใกลโรคกระดูกพรุน             “โรคกระดูพรุน” เกิดจากภาวะความหนาแน่นเนื้อกระดูกบางตัวลง เป็นผลมาจากการสร้างกระดูกน้อยกว่าการทำลายกระดูก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกหัก หรือยุบตัวได้ง่ายกว่าปกติ โดยแฉพาะอย่างยิ่งบริเวณกระดูกสันหลัก กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ โดยผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้น สามารถตรวจเจอโรคกระดูกพรุ่นได้บ่อยกว่าคนอายุน้อย หากเป็นโรคกระดูกพรุนและไม่เข้ารับการรักษากระดูกสันหลังอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดอาการปวดต่าง ๆ หรือภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ปวดหลัง กระดูกสันหลังยุบตัวลง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง กระดูกท่อนแขนและขาเปราะบางและแตกหักได้ง่าย ในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนบางราย อาจมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกข้อมือ กระดูกสโพก กระดูกสันหลัง ทำให้พิการหรือเดินไม่ได้ ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง ซึ่งการดูแลรักษากระดูกให้มีความแข็งแรงตั่งแต่เนิ่น ๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุ่นได้ 1.รักษากระดูกสันหลังให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง คนที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี เฉลี่ยแล้วต้องได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากอายุมากกว่า 50 ปี แคลเซียมที่ร่างกายควรได้รับอยู่ที่ 1,200 มิลลิกรัม ซึ่งแคลเซียมสามารถหามารับประทานได้ง่าย เช่น นม โยเกิร์ต ชิส…

นักวิจัยพบวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน

นักวิจัยพบวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน

นักวิจัยพบวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน             ผลการศึกษาที่จัดทำโดยนักวิจัยออสเตรเลียและจีน แสดงให้เห็นถึงวิธีรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำขนาดเล็กระดับนาโน สามารถนำมาใชเป็นตัวนำส่งและปล่อยยา เข้าไปในตำแหน่งที่การในบริเวณดวงตา เพื่อทำการบำบัดรักษาโรคจอประสาทเสื่อมตามอายุขัย ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการฉีดยาเข้าไปในดวงตาอยู่บ่อย ๆ โรควุ้นตาเสื่อมตามอายุนับเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ประชากรของประเทศพัฒนาแล้วสูญเสียการมองเห็น โดยผู้ป่วยส่วนมากล้วนเป็นผู้สูงวัย ที่ต้องเดินทางมาเข้ารับการฉีดยาเข้าในดวงตาเดือนละครั้ง ซึ่งการักษาโดยใช้อนุภาคทองคำระดับนาโนมาผสมเข้ากับอนุภาคทองคำระดับนาโน เพื่อช่วยเป็นตัวนำยาเข้าสู่ดวงตาผู้ป่วย ทำให้ไม่ต้องเดินทางมาพบแพทย์บ่อยครั้ง โดยอาจเปลี่ยนมาเป็นรับยาตามระยะเวลาที่เหมาะสมแทน เฉลี่ยแล้วทุกหกเดือน กระบวนการรักษาวุ้นตาเสื่อม ด้วยอนุภาคทองคำนาโน ผลการศึกษาอนุภาคทองคำนาโน รักษาวุ้นตาเสื่อม ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Angewandte Chemie โดยเป็นผลงานของนักวิจัยจากสถาบัน CSIRO ของออสเตรเลีย ดำเนินการร่วมกับกลุ่มนักวิจัยอิสระจากจีน ด้วยการคิดค้นไฮโดรเจลผสมกับอนุภาคทองคำระดับนาโนขึ้นมา จนเกิดเป็นเจลขึ้นมา ซึ่งสามารถตอบสนองต่อแสงและอุณหภูมิที่แปลเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว แม้เพิ่มขึ้นไม่กี่องศาเซลเซียส เมื่อผู้ป่วยที่ทำการรักษาวุ้นตาเสื่อมด้วยวิธีนี้ลืมตาขึ้น แสงที่ส่องเข้าจะไปกระตุ้นให้เจลอ่อนตัวลง พร้อมกับปลดปล่อยยารักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมออกมา แต่เมื่อขาดแสงไปเจลจะเริ่มแข็งตัว จนกระทั่งหยุดการปล่อยตัวยาเข้าไปในดวงตาทันที สำหรับตัวยานั้น สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนาน ทันทีที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว อนุภาคทองคำนาโนรักษาวุ้นตาเสื่อม มีความปลอดภัยต่อผู้ป่วยสูง โยฮัน บาซูกิ หนึ่งทีมนักวิจัยของสถาบัน CSIRO เผยว่า อนุภาคทองคำขนาดเล็กระดับนาโนนี้ ไม่สามารถมองเห็นได้ ถึงแม้ส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เนื่องจากมีขนาดเล็กยิ่งกว่าเส้นผมของคนเราถึง 1000…

นักวิทย์ฯเผย DNA ฉลามขาว อาจเป็นหนทางช่วยรักษามะเร็งและโรคชะรา

นักวิทย์ฯเผย DNA ฉลามขาว อาจเป็นหนทางช่วยรักษามะเร็งและโรคชะรา

นักวิทย์ฯเผย DNA ฉลามขาว อาจเป็นหนทางช่วยรักษามะเร็งและโรคชะรา             ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ, นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโนวา เซาท์อีสเทิร์น ในรัฐฟอลริดาของประเทศสหรัฐฯ ร่วมกันถอดรหัสพันธุกรรมจำนวนทั้งหมด หรือจีโนม (Genome) ของฉลามขาว สำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก พร้อมกับนำไปเทียบกับจีโนมของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังชนิดอื่น รวมไปถึงฉลามวาฬ และมนุษย์ ความรู้ที่ได้จากผลการศึกษาครั้งนี้ อาจนำไปสู่หนทางรักษาโรคในมนุษย์ เช่น รักษามะเร็งและโรคชะรา โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ฉลามขาว (Great white shark) อาจกุมความลับของการมีชีวิตที่ยืนยาว เนื่องจากมีวิวัฒนาการทางพันธุกรรม ที่ช่วยปกป้องพวกมันจากโรคมะเร็ง DNA ฉลามขาว เกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งและโรคชะราอย่างไร? ผลการศึกษา DNA ฉลามขาว อาจเป็นหนทางช่วยรักษามะเร็งและโรคชะรา ที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ระบุว่า ฉลามขาวซึ่งมีจีโนมขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ถึง 1.5 เท่า มีการเปลี่ยนแปลงในลำดับ DNA ที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวในระดับโมเลกุล หรือเรียกว่า “การคัดสรรตามธรรมชาติ” ในยีนจำนวนหลายตัวนี้ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง…

กิจกรรมที่ควรทำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว

กิจกรรมที่ควรทำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว

กิจกรรมที่ควรทำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว             หลังจากผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวเสร็จสิ้น แล้วแพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยกลับมาพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้ ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกเกิดความสบายตัวมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับความแข็งแรงตัวผู้ป่วยเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากอยากกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ก็ควรทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ ควบคู่ไปด้วย เป็นเวลาติดต่อกัน 4 สัปดาห์ กิจกรรมสัปดาห์ที่ 1 หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว -ฝึกเดินในบริเวณบ้านเป็นประจำทุกวัน ฝึกให้บ่อยเท่าที่ทำได้ ด้วยการเพิ่มระยะทาง และเวลาขึ้นวันละเล็กน้อย ในช่วงนี้ผู้ป่วยห้ามลืมสวมอุปกรณ์พยุงหลังหรือคอ (Brace) และให้ใช้ไม้เท้าควบคู่ด้วย -ไม่ควรนั่งเป็นระยะเวลานานกว่า 20 นาที -เมื่อต้องขึ้นลงบันได ต้องเกาะราวบันไดทุกครั้ง -รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง -ดูแลแผลผ่าตัดอย่างถูกต้อง ตามคำแนะนำที่ได้รับจากแพทย์ กิจกรรมสัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว -ผู้ป่วยในช่วงนี้ สามารถเลือกทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้มากขึ้น เดินได้ไกลขึ้น เดินได้บ่อยขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็ยังคงต้องหยุดพักอย่างสม่ำเสมอ เมื่อรู้สึกเมื่อยหรือเพลีย -สามารถยกสิ่งของประเภทต่าง ๆ ได้บ้าง แต่ควรมีน้ำหนักไม่เกิน 2…

รวบรวมโรงพยาบาลเฉพาะทาง ที่มีหมอเก่งกระดูกสันหลัง

รวบรวมโรงพยาบาลเฉพาะทาง ที่มีหมอเก่งกระดูกสันหลัง

รวบรวมโรงพยาบาลเฉพาะทาง ที่มีหมอเก่งกระดูกสันหลัง 1.โรงพยาบาลหมอเก่งกระดูกสันหลัง เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ (S-spine and nerve hospital) “เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ” เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่มีหมอเก่งกระดูกสันหลังให้เลือกใช้บริการจำนวนมาก เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาทโดยตรง หากเป็นโรงพยาบาลแห่งอื่น ๆจะแบ่งเป็นแผนก เช่น แผนกอายุรกรรม แผนกกระดูก แตกต่างจากโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะ “เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ” เป็นโรงพยาบาลเดียวในประเทศไทย ที่เน้นหนักไปในเรื่องรักษาเรื่องโรงกระดูกสันหลังโดยตรง  สำหรับจุดเด่นของโรงพยาบาลแห่งนี้ คือ วิธีการรักษาที่ต้นเหตุ จึงสามารถรูถึงสาเหตุการเกิดที่แท้จริงของอาการ ว่ามันเกิดมาจากอะไรกันแน่ ส่วนแนวทางการรักษาก็มีหลากหลายแบบให้เลือก ไม่ใช่แค่การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น 2.โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ก็มีหมอเก่งกระดูกสันหลังเช่นเดียวกัน หากเป็นที่โรงพยาบาลศิริราช แทบไม่ต้องเป็นกังวลใดใดเลย เพราะโรงพยาบาลแห่งนี้ ขึ้นชื่อเรื่องการรักษาเกือบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกระดูกอยู่แล้ว ซึ่งการรักษานั้น ก็จะรวมกันทั้งในเรื่องของกระดูก เอ็น ข้อ กล้ามเนื้อไปจนถึงเส้นประสาทบางส่วน สำหรับโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์นั้น ถูกตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาลศิริราชอีกทีหนึ่ง แต่กระบวนการจรักษาแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ส่วนในเรื่องค่าใช้จ่ายและด้านบริการ ก็ยังคงเป็นเหมือนเอกชนอยู่…

เจ็บปวดน้อยลงได้ เมื่อเลือก “ฉีดซีเมนต์” รักษากระดูกสันหลังแตก

เจ็บปวดน้อยลงได้ เมื่อเลือก “ฉีดซีเมนต์” รักษากระดูกสันหลังแตก

เจ็บปวดน้อยลงได้ เมื่อเลือก “ฉีดซีเมนต์” รักษากระดูกสันหลังแตก             วิธีการรักษากระดูกสันหลังแตก ด้วยการฉีดซีเมนต์เข้าไปยึดกระดูกสันหลัง (Vertebroplasty / Kyphoplasty) จัดเป็นหนึ่งในวิธีรักษาภาวะกระดูกพรุนและภาวะกระดูกทรุด ไปจนถึงการเกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งวิธีรักษาแบบนี้ จะช่วยลดอาการปวดที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย พร้อมกับช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกสันหลังที่แตกหักหรือยุบ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ ภาวะแบบไหนบ้าง ที่สามารถรักษากระดูกสันหลังด้วยการฉีดซีเมนต์ได้ สำหรับการรักษากระดูกสันหลังแตกหรือยุบ โดยทั่วไปแล้ว มักเริ่มจากการนอนพัก กินหรือฉีดยาแก้ปวด (Conservative treatment) เป็นระยะเวลา 1 -2 สัปดาห์ หลังจากนั้น กระดูกสันหลังที่แตกก็สามารถเชื่อมติดกันได้เองภายในเวลา 2- 3 เดือน หรือถ้าผู้ป่วยที่มี ภาวะเส้นประสาท หรือไขสันหลังถูกกดเบียด จากชิ้นกระดูกที่แตกหัก กระดูกสันหลังเคลื่อน หรือกระดูกแตกยุบจากเนื้องอกกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนคนที่ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดนั้น หากตรวจพบว่า เข้ารับการรักษาโดยการนอนพัก และรับประทานยาแก้ปวด เป็นระยะเวลาหลายวันแล้วยังหายปวด พร้อมกับกระดูกสันหลังที่แตกยังไม่มีการเชื่อมติด เมื่อเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ บุคคลเหล่านี้ ควรได้รับการรักษาด้วยการการฉีดซีเมนต์ยึดกระดูกสันหลัง จึงจะมีความเหมาะสมที่สุด รักษากระดูกสันหลัง ด้วยการฉีดซีเมนต์ มีขั้นตอนทำงานอย่างไร สำหรับการรักษากระดูกสันหลัง…

รักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) ทางเลือกของคนไม่อยากผ่าตัดหมอนรองกระดูก

รักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) ทางเลือกของคนไม่อยากผ่าตัดหมอนรองกระดูก

รักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) ทางเลือกของคนไม่อยากผ่าตัดหมอนรองกระดูก             กระดูกสันหลังมีการเสื่อสภาพเป็นเรื่องปกติ จนอาจส่งผลให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกได้ นอกเหนือจากการเสื่อมสภาพตามอายุขัยแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ภาวะเสื่อมสลายของกระดูก เกิดขึ้นได้อย่างรวมเร็วกว่าเดิมด้วยเช่นกัน เมื่อกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อม ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญานเตือนให้รับรู้ ด้วยอาการ “ปวดหลัง” ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูกเสื่อมโทรม นอกเหนือจากอาการปวดหลังแล้ว ยังสามรถพบอาการผิดปกติของระบบประสาทส่วนร่วมอีกด้วย ได้แก่ แขนชา ขาชา ปวดตามข้อ ปวดตามปลายนิ้ว เสมือนโดนไฟช๊อต ทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากหมอนรองกระดูกที่เสื่อม หรือเคลื่อนตัวไปกดทับเส้นประสาท คนที่มีอายุน้อย มีสิทธิเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกได้ หลายคนมีความคิดว่าการผ่าตัดหมอนรองกระดูก ต้องเกิดแค่ในคนอายุเยอะ แต่ทว่า “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” จะพบได้ง่าย ในผู้ที่อายุยังไม่เยอะมาก จากนั้น พออายุเริ่มมากขึ้น หมอนรองกระดูกก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลงไปตามลำดับ ดังนั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีผู้ป่วยก็จะมีสภาพคล้ายผู้สูงอายุ ซึ่งหมอนรองกระดูกจะค่อย ๆ ทรุดตัว พร้อมกับเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทได้ ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย วิธีการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Nucleoplasty) โดยไม่ต้องผ่าตัดหมอนรองกระดูก สำหรับการรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อม ในเบื่องต้นก่อนตัดสินใจรักษาด้วยการผ่าดัด…

กลิ่นปาก 01

ปัญหากลิ่นปาก แก้อย่างไรจึงจะหาย?

ปัญหากลิ่นปาก แก้อย่างไรจึงจะหาย? สาเหตุของกลิ่นปาก ส่วนใหญ่เกิดจากเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามซอกฟัน บริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก หรือในรูฟันผุ ซึ่งจะมีเศษอาหารเน่าอยู่ รวมทั้งแผ่นคราบฟันและหินปูนที่อยู่รอบๆฟัน ซึ่งเป็นที่เก็บกักและสะสมเชื้อโรคต่างๆ บางคนพบว่าเหงือกเป็นหนองจากโรคปริทันต์ หรือมีฟันโยก อาหารบางชนิดเมื่อรับประทานจะมีกลิ่นขับออกมาทางลมหายใจ เช่น หัวหอม กระเทียม ทุเรียน ผู้ที่ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ หรือท้องผูกหลายๆ วัน ก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ รวมทั้งผู้ป่วยโรคทางร่างกายบางอย่าง เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง วัณโรค โรคปอด และโรคระบบทางเดินอาหาร ส่วนสาเหตุจากภายนอกช่องปาก พบได้ค่อนข้างน้อย เพียงร้อยละ 10 ส่วนใหญ่เป็นปัญหามาจากความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ หรือระบบทางเดินอาหารส่วนบน เช่น โรคไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ โรคกรดไหลย้อน เป็นต้น คราบจุลินทรีย์บนลิ้น (ฝ้าสีขาว) เป็นแหล่งกำเนิดหลักของกลิ่น เนื่องจากลิ้นมีพื้นที่ผิวสัมผัสมากกว่าอวัยวะอื่นๆ ในช่องปาก ประกอบกับพื้นผิวของลิ้นเป็นช่องหรือซอกที่ทำให้เกิดสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย เหมาะกับการสะสมและเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และร่องหรือซอกลิ้นยังปกป้องแบคทีเรียจากการชะล้างของน้ำลาย นอกจากนี้ ลิ้นยังสามารถรับสารอาหารที่ผ่านเข้ามาในช่องปากได้ง่าย ซึ่งสารอาหารจะถูกย่อยสลายจนเกิดก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น การทดสอบกลิ่นเบื้องต้น 1. การทดสอบกลิ่นด้วยตนเอง สามารถทำได้โดยใช้ช้อนพลาสติกเล็กๆขูดด้านบนของลิ้น หรือใช้ไหมขัดฟันชนิดไม่เคลือบแว็กซ์ผ่านลงไปที่บริเวณซอกฟันด้านในแล้วดมกลิ่น…

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ วิธีป้องกันด้วยตนเองก็ไม่ยาก

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ วิธีป้องกันด้วยตนเองก็ไม่ยาก

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ วิธีป้องกันด้วยตนเองก็ไม่ยาก             นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผย หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาให้หายขาดได้ ซึ่งภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  เกิดจากหมอนรองกระดูกที่อยู่บริเวณกระดูกสันหลังถูกทำลายจนเกิดความเสียหาย จนได้รับบาดเจ็บหรือกระดูกเสื่อม ส่งผลให้หมอนรองกระดูกแตกและกระดูกอ่อนส่วนที่อยู่ภายในหมอนรองกระดูกโผล่ออกมา ซึ่งภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาให้ขาดได้ ในผู้ป่วยทุกคน สำหรับคนที่มีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้น จะเริ่มมีอาการปวดเฉพาะที่ เช่น ปวดเอวด้านล่างลงไป จนถึงบริเวณสะโพก หรือต้นขาด้านหลัง หรือหากไปกดทับตรงเส้นประสาท ก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดร่วมกับอาการชา ทุกปัจจัยที่นำไปสู่การเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ทุกกรณี ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาให้หายขาดได้ทุกกรณี เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งมีปัจจัยเกิดจากมีน้ำหนักตัวมากเกินไป โดยเฉพาะบรรดาคนที่อ้วนลงพุง ส่งผลให้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมา ไปกดทับกระดูกสันหลังให้แอ่น ซึ่งกระดูกส่วนนี้ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักตลอดเวลา หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาได้ ในกรณีที่เกิดจากความอ้วน ซึ่งสามารถทำได้หลานวิธี ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการรักษา ซึ่งแล้วแต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะกำหนดให้กับผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไป ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ เผยว่า ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาให้หายขาดได้ โดยในระหว่างการรักษานั้น ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการดีขึ้น หากผู้ป่วยได้รับการพักผ่อน ออกกำลังกาย และรับประทานยาบรรเทาอาการของโรค จะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ…

“ปลาโลมา” อาจช่วยรักษาเบาหวานได้ในอนาคต

“ปลาโลมา” อาจช่วยรักษาเบาหวานได้ในอนาคต

“ปลาโลมา” อาจช่วยรักษาเบาหวานได้ในอนาคต             จากผลการศึกษาพบว่า “โลมา” มีกลไกทางพันธุกรรม ที่อาจช่วยผู้วิจัยค้นพบวิธีรักษาเบาหวานประเภทที่ 2 หรือเบาหวานที่เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน นักวิทยาศาสตร์ประจำมูลนิธิสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ของสหรัฐฯ ระบุว่า “โลมาปากขวด” ดื้อต่ออินซูลินเหมือนกับมนุษย์ที่ป่วยเป็นเบาหวาน แต่แตกต่างกับมนุษย์ ตรงที่โลมาสามารถควบคุมให้เกิด หรือไม่ให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินได้ เลือดของโลมา มีคุณสมบัติในการรักษาเบาหวาน ทีมนักวิจัยผู้ค้นพบวิธีรักษาเบาหวานจากโลมา ได้เก็บตัวอย่างเลือดของโลมาที่เคยผ่านการฝึกฝน โดยโลมาจะได้รับอาหารกินต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พอตกกลางคืนก็จะงดการให้อาหาร จนค้นพบว่า การเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเลือดของโลมาเวลากลางคืน สิ่งเหล่านี้ คล้ายกับการเปลี่ยนแปลงเลือดในคนที่เป็นเบาหวาน และกำหาวิธีรักษาเบาหวานอยู่ เพราะสามารถตีความได้ว่า “อินซูลิน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนในร่างกาย ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด ไม่ได้ส่งผลต่อโลมาเมื่อพวกมันไม่ได้รับอาหารแต่อย่างใด ผลลัพธ์ของงานวิจัย โลมากับวิธีรักษาเบาหวาน ผลงานวิจัยโลมากับวิธีรักษาเบาหวาน แสดงให้เห็นว่า เมื่อถึงเวลากินอาหารเช้าของโลมา กลไกควบคุมระดับน้ำตาลในโลมา ได้ปรับเข้าสู่สภาวะที่ไม่ได้อดอาหาร ผลของการปรับกลไกควบคุมน้ำตาลโดยอัตโนมัติของโลมา ได้สร้างความประหลาดใจให้กับทีมวิจัยเป็นอย่างยิ่ง เป็นที่รู้กันดีว่า “อินซูลิน” ใช้รักษาเบาหวานได้ และดูเหมือนว่าภาวะดื้นอินซูลินในโลมา ดูแล้วมีประโยชน์ต่อพวกมันมากกว่าเป็นโทษ ทีมวิจัยยังได้อธิบายเพิ่มเติมว่า โลมาอาจมีวิวัฒนาการสภาพร่างกายให้สามารถควบคุมจัดการปริมาณปลา ที่พวกมันกินเข้าไป ซึ่งปลาเหล่านี้อุดมไปด้วยโปรตีนและมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ เตรียมนำความรู้ที่ได้มา ไปวิจัยทางการแพทย์เพื่อหาทางรักษาเบาหวานในมนุษย์ต่อไป ทีมนักวิจัยโลมากับวิธีรักษาเบาหวาน ระบุว่า…